วันอาทิตย์ ที่ 8 เดือนธันวาคม คศ.2019
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

“หมอวิชัย”-ซีอีโอIFEC ฟ้องอาญาอดีตผู้บริหาร-ผู้ถือหุ้น“ใส่ร้ายให้การเท็จ”

 

“หมอวิชัย”-ซีอีโอIFEC ฟ้องอาญาอดีตผู้บริหาร-ผู้ถือหุ้น“ใส่ร้ายให้การเท็จ”

“หมอวิชัย”และซีอีโอIFEC ยื่นฟ้องคดีอาญาอดีตผู้บริหารระดับสูงIFEC-ผู้ถือหุ้นใหญ่ ฐานร่วมกับพวก ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและขาดอิสรภาพ หลังศาลอาญายกฟ้องคดีที่อดีตผู้บริหารและพวกร่วมกันกล่าวหาทั้ง 2 คนว่าแจ้งความเท็จ โดยศาลเห็นว่าหมอวิชัยและCEOกระทำไปเพื่อปกป้องIFEC

วันที่ 2 ตุลาคม นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ผู้ถือหุ้นและอดีตประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC เป็นโจทก์มอบหมายให้ นายประสิทธิ์ วงศาสวัสดิ์ ทนายความ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ กล่าวโทษอดีตผู้บริหารระดับสูงของ IFEC และพวกรวม 3 คน ฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ อันเป็นการกระทำความผิดทางอาญาทำให้ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง จากการไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลอาญากล่าวหานายวิชัยว่า แจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน กรณีไปร้องทุกข์ให้ดำเนินการสอบสวนหาคนกระทำผิดต่อการทุจริตการซื้อขายโรงแรมดาราเทวี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของIFEC หลังศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งยกฟ้องคดีด้วยเหตุผลว่า;

“การแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลย(อดีตผู้บริหารและพวกรวม3คน)ซึ่งเป็นตัวแทนของIFEC ในการเจรจาติดต่อซื้อขายกิจการจากโรงแรมดาราเทวี จึงเป็นการกระทำไปตามความเข้าใจของตน โดยมีเจตนาเพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของIFEC โดยสุจริต มิได้มีเจตนากลั่นแกล้งจำเลย จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิด IFEC และนายวิชัยจึงไม่มีความผิดฐานร่วมกันแจ้งความเท็จ และการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบนสวน มิได้มีเจตนามุ่งร้ายเป็นการส่วนตัว ทั้งเป็นการใช้สิทธิแห่งตนตามกฎหมายเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม จึงไม่มีความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท และตามคำฟ้องของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิด”

นายวิชัย กล่าวว่า การที่อดีตผู้บริหารและพวกรวม 3 คนเอาความอันเป็นเท็จไปฟ้องร้องIFEC และตัวเขาเพื่อให้ได้รับโทษทางอาญา เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทำให้IFECและตัวเขาได้รับความเสียหาย อีกทั้งคำเบิกความของจำเลยเป็นการเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลโดยในระหว่างการสืบพยานในคดี โดยความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีที่ศาลจะพิจารณาวินิจฉัยลงโทษ

“การเบิกความเท็จอันเป็นการกระทำความผิดทางอาญาแล้ว ยังเป็นการกระทำละเมิดโดยจงใจทำให้ IFEC และผมได้รับความเสียหาย ต้องถูกควบคุมตัว สูญเสียเสรีภาพ ต้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณา และต้องเดินทางไปศาล ต้องใช้หลักทรัพย์ในการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว และต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงในการต้องตกเป็นจำเลยในคดีอาญา จึงต้องการให้อดีตผู้บริหารและพวกร่วมกันจ่ายค่าเสียหายต่อชื่อเสียงและเสรีภาพ และจ่ายค่าทนายความรวมเป็นเงิน 4 ล้านบาท” นายวิชัย กล่าว

 

ในวันเดียวกัน นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IFEC มอบหมายให้นายประสิทธิ์ วงศาสวัสดิ์ ทนายความ ยื่นฟ้องร้องอดีตผู้บริหารIFEC และพวกรวม 3 คน(กลุ่มเดียวกัน) ฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จอันเป็นการกระทำความผิดทางอาญาทำให้ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมเรียกค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 4 ล้านบาทเช่นเดียวกัน หลังศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งยกฟ้องในคดีเดียวกับนายวิชัย รวมทั้งยื่นฟ้องร้องผู้ถือหุ้นใหญ่คนหนึ่งของIFEC ในข้อหากระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม(ศาล) ฟ้องเท็จและเบิกความเท็จต่อศาล พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายรวม 4 ล้านบาท เพราะทำให้ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง หลังศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งยกฟ้องคดีที่ผู้ถือหุ้นใหญ่คนนี้กล่าวหาเท็จ ว่านายศุภนันท์รายงานข้อมูลอันเป็นเท็จต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)