วันศุกร์ ที่ 13 เดือนธันวาคม คศ.2019
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

รออะไรหรือ??? “มงคลกิตติ์” บี้ หมอธี ต่อ เร่งฟ้องเสียหายทางละเมิดทุจริตกองทุนเสมาฯ ก่อนหมดอายุความ 10 ปี (ปี 47-51 หมดอายุความแล้ว) ฝากถาม สำนักปลัด – สพฐ ไม่ตั้งสอบวินัยเหรอ ผลเป็นอย่างไร หรือ รออะไร ???

รออะไรหรือ???
“มงคลกิตติ์” บี้ หมอธี ต่อ เร่งฟ้องเสียหายทางละเมิดทุจริตกองทุนเสมาฯ ก่อนหมดอายุความ 10 ปี (ปี 47-51 หมดอายุความแล้ว) ฝากถาม สำนักปลัด – สพฐ ไม่ตั้งสอบวินัยเหรอ ผลเป็นอย่างไร หรือ รออะไร ???

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ และ ว่าที่ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ได้ทำหนังสือถึง นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มี 2 ประเด็น ดังนี้ 1. เร่งตั้งกรรมกรรมสอบวินัยร้ายแรง กับ ข้าราชการประจำระดับสูงที่ยังอยู่ในราชการ ประมาณ 2-3 ราย ก่อนแต่งตั้ง ซี 11-10 ส่วน อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการหลายคน ก็ต้องดำเนินคดีเอาผิดทางละเมิดที่ทำให้ราชการเสียหาย ถ้าเกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยตรงก็ต้องส่งต่อให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป
2. เร่งชดเชยเยียวยากับนักเรียนที่ต้องได้รับเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กว่า 198 ราย แต่กลับถูกยังยอกเงินออกไป ซึ่งพวกเขาไม่ได้ผิด โดยชดเชยทั้งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเพราะนักเรียนเหล่านั้นต้องนำเงินไปใช้หนี้ด้วย พร้อมทั้ง ชดเชยเงินเดือนพนักงานกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กว่า 50 ราย ที่ไม่ได้รับเงินเดือนว่ากว่า 11 เดือน(หยุดจ่ายช่วงการตรวจสอบทุจริตฯ)
ย้อนมาเมื่อ วันที่ 5 มีนาคม 2561 สตง. พบความผิดปกติในการโอนเงินงบประมาณปี 2559 เข้าบัญชีรายหนึ่งที่ไม่น่าจะใช่ผู้รับทุน โดยได้ตรวจสอบด้วยระบบ KTB ออนไลน์ พบบัญชีผิดปกติ 8 ราย สตง. ได้ทำหนังสือให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบความผิดปกตินี้ ในวันที่ 7 มีนาคม 2561 ต่อมา วันที่ 8 มีนาคม 2561 ทางกระทรวงฯ จัดแถลงข่าว นำมาสู่การขยายผล พบบัญชีที่มีความเกี่ยวข้องในการยักยอกเงินกองทุน ถึง 22 บัญชี อีกทั้ง ทางคณะกรรมการสืบสวนฯ พบประเด็นความผิดปกติเพิ่มเติม ในปี 2547 และ ความผิดปกติเริ่มชัดในปี 2548 เพราะมีการโอนเงินเข้าบัญชีของนางรจนา สินที รวมถึงมีการโอนให้กับผู้ที่มียศนำหน้า ‘ร.ต.ต.’ และมีการโอนเงินให้วัดเพื่อรับทุน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ โดยปี 2548 พบว่ามียอดการทุจริตอย่างไม่เป็นทางการถึง 2,915,000 บาท โดยภาพรวมทางบัญชีที่ถูกโกงตั้งแต่ปี 2548-2561 พบว่ามีการทุจริตรวม 110,343,2 27 บาท

ช่วงวันเดียวกัน นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้บอกว่า คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ได้ส่งเรื่องดังกล่าวและรายชื่อข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปยังต้นสังกัดให้ตั้งกรรมการสอบทางวินัย อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ) และ ได้รับการตอบกลับมาจาก สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ว่าคณะกรรมการสอบวินัย ของ สกศ ไม่ชี้มูลจึงยุติเรื่องไป ส่วน สำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงวันที่ 14 สิงหาคม 2561 จะส่งฝ่าย นิติกรจากสำนักนายกรัฐมนตรีมาปรึกษาหารือกัน ส่วนการเสนอตั้งคณะกรรมการสอบทางละเมิด ได้เสนอคำสั่งต่อ รมว.ศธ แล้ว

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ทราบมาว่า ก็ยังมีข้าราชการระดับสูง-กลาง สังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวข้องอยู่ด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตั้ง คณะกรรมการสอบวินัยแล้วหรือยัง ผลเป็นอย่างไร และในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ) ด้วย ผลเป็นอย่างไร ส่วนของการเรียกความเสียหายทางละเมิดนั้น ตามกฎหมายได้กำหนด อายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ทำละเมิด ตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง ตาม พรบ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชําระใหม่ พ.ศ.2535 ทั้งนี้ไม่ว่าจะอายุความ 2 ปี ตามมาตรา 10 วรรคสองตอนต้น หรืออายุความ 1 ปี ตามมาตรา 10 วรรคสองตอนท้าย จะต้องไม่เกินระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันกระทำละเมิด ทั้งนี้เพราะมาตรา 10 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จากการประเมินความเสียหายทางละเมิดที่หมดอายุความไปแล้วไม่สามารถเรียกร้องกับใครได้ซึ่งทำให้กระทรวงศึกษาธิการต้องรับผิดชอบไป ก็จะเป็นความเสียหายที่เกิดในช่วง 5 มีนาคม พ.ศ.2547 – 4 มีนาคม พ.ศ.2551 ประมาณ 19 ล้านบาท ถ้าฟ้องช้ากว่านี้ความเสียหายทางละเมิดที่ฟ้องไม่ได้ก็จะมีจำนวนเงินที่เสียหายมากกว่านี้ ซึ่งคนที่รับผิดชอบเงินจำนวนนี้ก็คงหนีไม่พ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ผู้เกี่ยวข้องที่ทำให้ล่าช้าราชการเสียหาย