วันอาทิตย์ ที่ 15 เดือนธันวาคม คศ.2019
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

“ไทยศรีวิไลย์” หวั่นลางร้าย! ฝูงกาเกาะทำเนียบ บิ๊กตู่ อาจถูกปฏิวัติก่อนเลือกตั้ง บี้ ตรวจสอบรายได้ส่วนแบ่งค่าปรับจราจรตำรวจ เปิดตัว ว่าที่ ผู้สมัคร สส.ยโสธร นักธุรกิจ คนดัง สมัครเพียบ!!

      “ไทยศรีวิไลย์” หวั่นลางร้าย! ฝูงกาเกาะทำเนียบ บิ๊กตู่ อาจถูกปฏิวัติก่อนเลือกตั้ง บี้ ตรวจสอบรายได้ส่วนแบ่งค่าปรับจราจรตำรวจ นำร่อง สน.มีนบุรี-สน.ปทุมวัน พร้อมเปิดตัว ว่าที่ ผู้สมัคร สส.ยโสธร ครบทีม

วานนี้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ และ ว่าที่ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากว่าอัตราโทษจับปรับ ตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 นั้นมีการแบ่งรายได้ ดังนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กทม 50% ให้รัฐบาลส่วนกลาง 2.5% ให้เจ้าเหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม-ผู้สนับสนุนงานจราจร 47.5% ซึ่งเป็นรายได้มหาศาล กว่าปีละ 2-3 แสนล้านบาท/ปี รวมทั้งประเทศ ที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน 2 ล้อ 3 ล้อ 4 ล้อ 6 ล้อ 10 ล้อ 18 ล้อ จำนวนกว่า 40 ล้านคน เดือดร้อน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทย รายรับไม่พอรายจ่ายในการดูแลครอบครัวตนเอง เป็นบุคคลที่ได้รับบัตรคนจนกว่า 15 ล้านคน เป็นคนหาเช้ากินค่ำ เป็นลูกจ้าง พนักงานบริษัท อีก 25 ล้านคน ซึ่งจะประครองชีวิตความเป็นอยู่ ณ ปัจจุบันได้ก็แย่มากอยู่แล้ว แล้วยังมีรายจ่ายค่าปรับจราจรกลายเป็นรายจ่ายประจำอีกส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ต้องใช้รถใช้ถนน ซึ่งทราบว่ากฎหมายดังกล่าวก็ใช้มากว่า 39 ปี แม้จะมีการแก้ไขบ้างแต่ก็เป็นการปรับแก้ไขซึ่งไม่ได้ผ่านการประชาพิจารจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งประเทศ ส่วนใหญ่ผู้ออกระเบียบปรับเป็นข้าราชการที่ไม่เดือดร้อนรัฐดูแลอยู่ทั้งเงินเดือน บำนาญ สวัสดิการสารพัด ตนจึงมีความจำเป็นต้องทราบข้อมูลรอบด้านเพื่อประกอบข้อคิดเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อปรับปรุงกฏหมาย อัตราค่าปรับ ส่วนแบ่งรายได้ อื่นๆ ให้เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน จึงเรียนไปยัง พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอข้อมูลต่างๆดังนี้
1.ขอทราบยอดรายรับ-รายจ่าย ค่าปรับตามความผิดจราจรทุกประเภท ตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2561 ของการตั้งด่านจับปรับโดยเหตุเกิดในพื้นที่ดูแลของ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน-สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี
2.ขอรายการแบ่งจ่ายรายได้ค่าปรับจราจรทุกประเภท อาทิ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กทม ให้รัฐบาลส่วนกลาง ให้เจ้าเหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม-ผู้สนับสนุนงานจราจร(รายชื่อ-ยอดเงิน เป็นรายบุคคล) ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2561 ของ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน-สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี
3.ขอทราบรายรับที่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2561(ปีงบประมาณ 2560-2561) ว่าได้จัดสรรไปเรื่องใดบ้าง มีรายการจัดซื้อจัดจ้างรายการใดบ้าง ของ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน-สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี

 

 

นายมงคลกิตติ์ ทราบว่า ช่วงบ่าย 18 ต.ค.61 มีฝูงอีกาหลายร้อยตัว บินมาเกาะอยู่ที่บริเวณต้นมะขาม เลียบคลองผดุงกรุงเกษม บริเวณด้านนอกทำเนียบรัฐบาล พร้อมกลับส่งเสียงร้องดังไปทั่ว โดยจากนั้นฝูงอีกาได้บินโฉบเข้าไปยังตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลและวนมาเกาะที่ยอดตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะบินออกมาเกาะที่ต้นมะขามเช่นเดิมนั้น ในทางความเชื่อของคนโบราณ ว่าอาจจะเกิดสิ่งไม่ดีกับ หัวหน้ารัฐบาล-คณะรัฐมนตรี อาจจะถูกปองร้ายหรือใส่ความจนรัฐบาลเสียหายจนยากจะแก้ไข หรือ อาจจะถูกปฏิวัติโดยทหารด้วยกันเองก็เป็นไปได้ทั้งนั้นในการเมืองไทย ก็ต้องระวังไว้ สถานะการณ์การเมืองไทย ณ ขณะนี้ไม่มีความแน่นอน ความขัดแย้งไม่ยอมกันมีสูง การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหรือถูกทำแท้งก่อนก็เป็นได้ หรือเลือกตั้งผ่านไปแล้วไม่ได้รับการยอมรับ เกิดการประท้วง ตั้งรัฐบาลได้แล้วแต่ทำงานไม่ได้ก็เป็นไปได้สูงทั้งนั้น ดูแล้วสถานะการณ์แบบนี้น่าเป็นห่วง

ด้าน นายศยุน ชัยปัญญา ว่าที่กรรมการบริหารพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะ ว่าที่กรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.เดินทางมาเปิดตัวผู้สมัคร สส ในนามว่าที่พรรคไทยศรีวิไลย์ จังหวัดยโสธร ประกอบด้วย นางสาวสิริกานต์ หลอดแก้วชุติมา อดีตเลขานุการ พลเอกวิเชียร มัญญหงษ์ กรรรการกรมการค้าภายในจังหวัดยโสธร และ นักธุรกิจด้านที่ดิน ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 ,นายประยงค์ พิมทอง อดีตรองนายก อบต.ลุมพุก และ อดีตสมาชิกสภาจังหวัดยโสธร ว่าที่ผู้สมัครสส.เขต 2 และ นายสมศักดิ์ สุนทรา
ผู้จัดการโตโยต้า สาขา ยโสธร และ นักธุรกิจบริษัทรับเหม่าก่อสร้าง ว่าที่ผู้สมัครสส.เขต 3 พร้อมชูนโยบาย 1 ใน 3 ป ของว่าที่พรรคไทยศรีวิไลย์ เน้น ป.เปลี่ยนแปลง เพื่อเปลี่ยนแปลงเมืองยโสธรให้เป็นดินแดนวัฒนธรรม ที่มีคุณค่าของจังหวัดเพื่อสร้างเมืองยโสธรเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวให้มีชื่อเสียงของจังหวัดต่อไป