ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ยุทธการพิทักษ์อยุธยาศ62/1 ” สามารถกวาดล้างจับกุมยาเสพติด และอาวุธปืนอีกมากมาย เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ลดน้อยลง

ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ยุทธการพิทักษ์อยุธยาศ62/1 ” สามารถกวาดล้างจับกุมยาเสพติด และอาวุธปืนอีกมากมาย เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ลดน้อยลง

เมื่อเวลา 11:00 น. วันที่ 20 ธ.ค. 2561 ณ สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.โชคชัย งามวงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝ่ายปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมแถลงข่าวผลงานการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีโดยกำหนดให้มีแผนปฏิบัติการ ยุทธการพิทักษ์อยุธยา 62/1 ในระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2561 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเข้าระดมกวาดล้างตรวจค้น จับกุม เป้าหมายทุกคน และเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ระหว่างวันที่ 1-18 ธันวาคม 2561

ระดมกวาดล้างจับกุมเป้าหมาย ผู้ผลิตจำหน่าย จัดเก็บ ลำเลียง บุคคลตามหมายจับคดียาเสพติด และผู้เสพยาเสพติด รวมถึงให้ขยายผลยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผลการจับกุมทุกข้อหา จำนวน 217 คดี ผู้ต้องหาจำนวน 225 คน จำนวนของกลาง ยาบ้า 13,882 เม็ด ยาไอซ์ 337.06 กรัม กัญชา 140.20 กรัม พืชกระท่อม 37 ใบ ตรวจยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 1.ตรวจสอบที่ดินจำนวน 5 แปลงราคา 15,200,000บาท อายัดเงินในบัญชี จำนวน 3,085,204.51 บาท

เงินสด 39,100 บาท โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง รวมเป็นเงิน 36,000 บาท รถจักรยานยนต์ 6 คัน รวมเป็นเงิน 140,500 บาท รถยนต์ 2 คัน รวมเป็นเงิน 850,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์ 19,350,804.51 บาท ในวันที่ 19 ธ.ค. 2561 ได้สกัดกั้นลำเลียงยาเสพติดสามารถตรวจยึด เคตามีนซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ได้จำนวน 130 กิโลกรัม ที่ถนนสายเอเชีย ด้านขาเข้ากรุงเทพมหานคร บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านหัวคลอง หมู่ 9 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ภายในรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอชอาร์วี ติดแผ่นป้ายทะเบียน 5 กผ 3450 กรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา ซึ่งเคตามีนดังกล่าวหากสามารถนำเข้าไปจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑลได้ จะมีมูลค่าสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 400,000 บาท หรือรวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ 52 ล้านบาท แต่ในส่วนของผู้ขับขี่สามารถหลบหนีไปได้ ซึ่งจะได้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพข่าว///สุนทร สอนแสนสุข///ผู้สื่อข่าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา