หนุ่มอายุ 14 ชาร์จมือถือทิ้งไว้ในห้องบนบ้านชั้น 2 ก่อนลงไปนั่งเล่นข้างล่างสักพักได้กลิ่นเหม็นไหม้ก่อนพบควันไฟในห้องที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน

หนุ่มอายุ 14 ชาร์จมือถือทิ้งไว้ในห้องบนบ้านชั้น 2 ก่อนลงไปนั่งเล่นข้างล่างสักพักได้กลิ่นเหม็นไหม้ก่อนพบควันไฟในห้องที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน

เมื่อเวลา 21:30 นร้อยตำรวจเอกพิเชษฐ์ แก้วสุวรรณ รองสว.(สอบสวน)สภ.พระนครศรีอยุธยาได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 2 ชั้นปลูกติดกัน 4 คูหา เส้นทางซอยโรงฆ่าสัตว์วัดแม่นางปลื้มมุ่งหน้าวัดครุฑ จึงประสานรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา และอาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์สนับสนุนที่เกิดเหตุแล้วรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ปลูกติดกันจำนวน 4 คูหา ที่บริเวณชั้น 2 ของครูหาที่ 3 เลขที่ 32/17 หมู่ 5 ต.หัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบเพลิงกำลังลุกไหม้ที่ชั้น 2 ของอาคารมีเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาจึงได้รีบนำน้ำดับเพลิงฉีดสกัดที่บริเวณชั้น 2 ของอาคาร จนเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

สอบถามผู้อยู่ในบ้านชื่อเด็กชายอภิรักษ์ ธุสาวุติ อายุ 14 ปี เล่าว่าภายในบ้านอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 คนตนอยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้านในห้องที่เกิดเหตุตนได้นำโทรศัพท์มือถือมาชาร์จแบตไว้ที่บริเวณริมกำแพงก่อนที่จะลงจากห้องชั้น 2 ของตัวบ้านเพื่อไปนั่งเล่นที่บริเวณชั้นล่างแต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานคนในบ้านได้กลิ่นเหม็นไหม้จึงช่วยการค้นหาก่อนพบว่ามีควันพุ่งออกมาจากบริเวณห้องของชั้น 2 เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงตนและคนในบ้านจึงวิ่งออกจากบ้านอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจก่อนที่จะรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วพนักงานดับเพลิงให้มาช่วยเหลือดังกล่าวซึ่งมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้ประมาณ 1 แสนบาท ทางด้านพนักงานสอบสวนกล่าวว่าในเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจากโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จไว้ที่บริเวณข้างกำแพงบนพื้นซึ่งน่าจะมาจากอุปกรณ์เสื่อมสภาพทำให้เกิดการลัดวงจรดังกล่าวซึ่งจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบและหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ภาพข่าว///สุนทร สอนแสนสุข//ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา