เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.บางปะอิน สามารถจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านแสนภูมิ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.บางปะอิน สามารถจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านแสนภูมิ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับยึดของกลางเป็นพระเครื่องจำนวนมากกลับคืนมาได้พร้อมกับติดตามหาเจ้าของเมื่อเวลา 15:00 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2562 พ.ต.อ.อมรชัย ปัญญา ผกก. สภ.บางปะอิน พ.ต.ท.ศรีทอง จรรอด รองผกก.สส.สภ.บางปะอิน ร.ตอ.ประดิษฐ์ นนท์เพีย สว.สส.สภ.บางปะอิน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.บางปะอิน ได้ร่วมกันจับกุมนายเรวัต พุทธาทาป อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.10 ต.หัวนา อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางพระนางพญาเลี่ยมทองจำนวน 1 องค์ พระเครื่องเลี่ยมทองจำนวน 1 องค์ พระเหรียญหลวงพ่อแก้วเลี่ยมกรอบทองจำนวน 1 องค์ พระสมเด็จเลี่ยมกรอบทองจำนวน 1 องค์ แหวนทองฝังเพชรจำนวน 1 วง แหวนพระเครื่องจำนวน 1 วง เหรียญที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจำนวน 1 เหรียญ แว่นตากันแดดยี่ห้อโอ๊ตเล่ห์จำนวน 1 อัน กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาลจำนวน 1 ใบที่ใส่ไปในวันก่อเหตุ หมวกกันน็อคยี่ห้อ index สีขาวจำนวน 1 ใบที่ใส่ไปในวันเกิดเหตุ และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ สีขาว-ม่วง เลขทะเบียน ชนน 501สุรินทร์ จำนวน 1 คัน

 

ที่ใช้ในการก่อเหตุ สืบเนื่องจากวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ร.ต.อ.มาลา แย้มชม รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านแสนภูมิ ม.11 ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้ไปตรวจสอบพบกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้จากการสอบถามนายคมสัน ศรีชุมพล อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่าตอนได้ออกจากบ้านไปเมื่อเวลา 07:15 น.เพื่อไปทำงานตามปกติแล้วจะกลับเข้าบ้านเมื่อเวลา 17:00 น.เมื่อกลับมาถึงบ้านพบว่ามีร่องรอยของการถูกงัดนี้จึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านพบว่าข้าวของเครื่องใช้ถูกรื้อกระจัดกระจายแล้วจึงได้ไปตรวจสอบตู้เก็บของพบว่าพระเครื่องที่ตอนเก็บสะสมไว้นั้นสูญหายไปเป็นจำนวนมากและสร้อยคอทองคำก็สูญหายไปอีกด้วยจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ภายในบ้านพบว่าคนร้ายมาจำนวน 1 คนโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการก่อเหตุช่วงเวลาในการก่อเหตุประมาณบ่ายโมงกว่าๆเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงได้ส่งชุดสืบสวนติดตามคนร้ายจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางพบว่าคนร้ายได้ไปเปิดโรงแรมพักในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลคลองจิก

 

อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบก็พบว่าคนร้ายได้ออกจากโรงแรมไปแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนต่อก็พบว่าผู้ก่อเหตุได้ไปที่บ้านแฟนสาวในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังบ้านแฟนสาวของผู้ก่อเหตุเมื่อไปถึงก็พบว่าคนร้ายเดินอยู่ที่บริเวณด้านหลังของตัวบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมโดยคนร้ายได้รับสารภาพว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้จริงโดยได้นำทรัพย์สินที่ได้เช่นพระเครื่องชนิดต่างๆเก็บไว้ที่ตัวเองบางส่วนและนำไปขายในพื้นที่ตำบลคลองหลวงส่วนสร้อยคอทองคำและของมีค่าอื่นๆตนได้นำไปขายในพื้นที่คลองหลวงเช่นกันเพื่อรวบรวมเงินเป็นค่าเดินทางมาหาแฟนสาวดังกล่าว

 

โดยคนร้ายได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังที่เก็บทรัพย์สินที่ขโมยมาที่คนร้ายได้นำมาเก็บไว้ที่กระท่อมปลายนาอีกจำนวนมากเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการยึดและนำของกลางมาที่สถานีตำรวจบางปะอินพร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพท์โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุมพร้อมกลับติดตามหาเจ้าของที่ได้มีการแจ้งความไว้เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สูญหายซึ่งในขณะนี้ยังมีทรัพย์สินที่เป็นพระเครื่องอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีเจ้าของซึ่งถามท่านใดที่พบว่าทรัพย์สินของตนนั้นได้มีการถูกขโมยมาสามารถเดินทางมาดูทรัพย์สินได้ที่สถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเวลาทำการ

ภาพข่าว//สุนทร สอนแสนสุข//ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา