วันพุธ ที่ 8 เดือนเมษายน คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

ณ จุดแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ

วันที่11 มีนาคม 2563 เวลา 11.15 นาฬิกา ณ จุดแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ

วุฒิสภา นำโดย นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการ แถลงข่าวการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทยและโลกเป็นอย่างมาก ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดำเนินงานในการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะ การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากการไฟฟ้า 3 หน่วยงาน ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ เพื่อสอบถามถึงหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินการคืนเงินให้กับประชาชน พบว่า การคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าจะคืนให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1 (บ้านอยู่อาศัย) และประเภทที่ 2 (กิจการขนาดเล็ก) มีสิทธิ์ขอเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืนได้ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยจำนวนเงินที่ประชาชาชนจะได้เงินรับคืนจะเริ่มตั้งแต่รายละ 300 บาท 600 บาท 2,000 บาท 4,000 บาท

และ 6,000 บาท ตามอัตราที่ถูกจัดเก็บไว้ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดมิเตอร์ (5-30 แอมป์) และจำนวนเฟส
(1 เฟส หรือ 3 เฟส อันเป็นภาษาเทคนิคไฟฟ้า) ในเบื้องต้นการไฟฟ้าทั้ง 3 หน่วยงาน จะดำเนินการคืนเงินในรูปแบบเงินสดไม่ใช้วิธีหักคืนในบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วอาจจะต้องให้ประชาชนยื่นความประสงค์และขอรับเงินคืนที่การไฟฟ้าใกล้บ้านก่อน ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจะพยายามพัฒนาแอปพลิเคชั่นให้สามารถคืนเงินทางออนไลน์ให้ได้เร็วที่สุด แต่อาจไม่ทันภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยประชาชนผู้ขอใช้ไฟฟ้ารายใหม่ (ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 และ 2) จะไม่ต้องเสียเงินประกันการใช้ไฟฟ้าอีกต่อไป สำหรับดอกเบี้ยที่ได้จากเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า 2 เดือนแรกของปี 2563 ที่ยังค้างอยู่ จะมีวิธีการคืนเมื่อไรและอย่างไรนั้นจะได้มีการหารือร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต่อไป
ขณะที่ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการปรับลดเงินวางประกันสำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่มีการจดทะเบียนไว้อย่างถูกต้องกับกรมการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้มีเงินอยู่ที่กรมการท่องเที่ยวเกินกว่าหนึ่งพันล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยลดภาระและเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และกำลังประสบปัญหาในปัจจุบัน

ภาพ/ข่าว กฤษรชฏะชญตว์ กฤษพิพัฒนโภคิน ทีมข่าวไทยเกอร์นิวส์ รัฐสภา รายงาน