วันอาทิตย์ ที่ 31 เดือนพฤษภาคม คศ.2020

เร่งรัดตรวจสอบบุกรุกป่าเขาหมอนสัตหีบหากไม่มีเอกสารสิทธิ์ตามตัวดำเนินคดีตามกฏหมาย

เร่งรัดตรวจสอบบุกรุกป่าเขาหมอนสัตหีบหากไม่มีเอกสารสิทธิ์ตามตัวดำเนินคดีตามกฏหมาย
จากกรณี นายมงกรด อุ่นเรือน เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หน่วยป้องกันรักษาป่าชลบุรี 1 (บางละมุง)

ร่วมกับ นายถนอมศิลป์ สุขสัมพันธุ์ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโสสำนักบริหารทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี นายอำพล พัชรกุล หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 จังหวัดชลบุรี นางพิกุล โสภา ปลัดอำเภอสัตหีบ นาง ปิยรัตน์ สุขศรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.6 นายปรัชญา สืบนุช นิติกรเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 จังหวัดชลบุรี สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่บุกรุกบริเวณเขาหมอน หมู่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่ามีคนนำรถแบคโฮขึ้นไปแผ้วถางป่าบนภูเขาดังกล่าว ในซอยสุขุมวิท 99 อยู่ติดกับบริษัท บ้านต้นกลเซอร์วิส จำกัด
และจากการตรวจสอบพบว่าบริเวณดังกล่าวมีร่องรอยถูกแผ้วถางและทำประ โยชน์จริง จำนวน 2 จุด โดยใช้เครื่องจักรกลไถปรับพื้นที่เป็นบริเวณกว้างลักษณะค่อนข้างใหม่ โดยจุดแรกมีต้นไม้ลูกไม้ขนาดเล็กที่ได้ทำการเกลี่ยรวมกองไว้เพื่อรอการสุมเผา

มีแท็งก์น้ำคอนกรีต ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 120 ซม. สูงประมาณ 180 ซม. 2 ลูกตั้งทิ้งไว้ บริเวณรอบๆ พื้นที่ มีหลักคอนกรีตปักไว้เป็นระยะขณะตรวจสอบไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดในบริเวณดังกล่าว เนื้อที่ประมาณ เกือบ 2 ไร่ จุดที่สองต่อเนื่องกันมีการแผ้วถางป่าบนพื้นที่ภูเขาเป็นบริเวณกว้าง มีปลูกมะม่วง อายุ 2-3 ปี ปลูกน้อยหน่าและทับทิมได้ไม่นาน คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 3 งาน 95 ตารางวา รวมแล้วสองพื้นที่ ประมาณ 4 ไร่เศษ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเมื่อมองด้วยสายตาแล้วน่าจะเป็นการบุกรุกพื้นที่เขาค่อนข้างแน่นอน ในเบื้องต้นพื้น ที่ดังกล่าว ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีหลักฐานทางที่ดินหรือไม่ สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) จึงได้ประสานและขอความร่วมมือสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาสัตหีบ ตรวจสอบหลักฐานทางที่ดินดังกล่าว เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถรู้ผลได้ภายใน 15 วัน นับจากวันขอให้ตรวจสอบนั้น

ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบว่า หลังจากได้รับแจ้ง ๅด้มอบหมายให้ปลัดอำเภอ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ป่าไม้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าตรวจสอบก่อนว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์หรือเป็นพื้นที่ตาม พรบ.ป่าไม้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานป่าไม้ที่ต้องมีการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามทางอำเภอสัตหีบ จะเร่งหน่วยงานที่ตรวจสอบ 2 หน่วยคือทป่าไม้และสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาสัตหีบ ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าหรือพื้นที่สาธารณะและเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์หรือไม่ โดยตามขบวนการจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย คือหาตัวผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่ดินให้ดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งทางอำเภอสัตหีบ ได้ทำหนังสือเร่งรัดไปแล้ว

พร้อมกับขอฝากว่า การบุกรุกพื้นที่ ป่าไม้ในพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เขาหมอนหรือพื้นที่ใดก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนที่พบเห็นได้กรุณาเป็นหูเป็นตา เพื่อรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่คู่กับบ้านเมือง และทุกคนต้องตระหนักว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของคนส่วนรวม เพื่อประโยชน์สาธารณะเพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่ใช่เจ้าของหรือไม่มีสิทธิ์โดยชอบ ก็อย่าได้เข้าไปครอบครองเป็นเจ้าของ เพียงลำพัง รวมถึงพื้นที่ลำคลอง ลํารางสาธารณะต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้ประ โยชน์ร่วมกัน จะครอบครองโดยผู้หนึ่งผู้ใดไม่ได้ จึงขอฝากให้ทุกท่านได้กรุณาเป็นหูเป็นตาและมีความระลึกในเรื่องเหล่านี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก