วันอังคาร ที่ 2 เดือนมิถุนายน คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

กาฬสินธุ์ย้ำการ์ดอย่าตกใส่หน้ากากทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน

กาฬสินธุ์ย้ำการ์ดอย่าตกใส่หน้ากากทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ย้ำการ์ดอย่าตก แม้สถานการณ์ดีขึ้นเข้าสู่ผ่อนปรนระยะที่ 2 พร้อมขอประชาชนทุกคนสวมใส่หน้ากากทุกครั้งเมื่อออกจากบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุประกาศจับปรับผู้ไม่สวมหน้ากากไม่เกิน 20,000 บาทนั้น ทำเพื่อประชาชน หลังพบหลายคนไม่สวมหน้ากาก ขณะที่ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ และพ่อค้า แม่ค้าภายในตลาดสดขานรับมาตรการเข้มเผยสวมหน้ากากไม่ได้กลัวถูกปรับ แต่เพื่อป้องกันตนเอง
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข้มมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะสถานที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ตลาดสด ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงแรมและสถานที่ออกกำลังกาย ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ายังมีประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะตามหมู่บ้าน และชุมชน ยังละเลยการสวมหน้ากาก อาจเป็นเหตุให้โรคติดต่อโควิด-19 แพร่กระจายได้ ทำให้นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อฯได้ออกประกาศคำสั่ง(ฉบับที่ 5) ให้ทุกคนในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากเคหสถาน ซึ่งกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 20,000 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคมเป็นต้นไป ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไปในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะตลาดสดต่างๆภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พบว่าประชาชนทุกสาขาอาชีพที่มาจับซื้อสินค้า และอาหาร ซึ่งล้วนแล้วแต่สวมใส่หน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยแทบทุกคน ส่วนผู้ประกอบการร้านค้า พ่อค้า แม่ค้า ก็ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมใส่หน้ากาก ติดตั้งแผ่นพลาสติกใส งดบริการผู้ไม่สวมหน้ากาก ซึ่งยังมีเจ้าหน้าที่เทศกิจและสาธารณสุขของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ได้ตั้งจุดคัดกรอง แสกนคิวอาร์โค้ชผู้เข้าออกตลาดสดอย่างเข้มข้น โดยประชาชนส่วนใหญ่ระบุว่า การใส่หน้ากากอนามัยนั้นไม่ได้กลัวที่จะถูกปรับตามประกาศของจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ที่ใส่เป็นการป้องกันการติดเชื้อโรคให้กับตนเอง และป้องกันการแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นหากป่วย พร้อมขอให้ประชาชนทุกคนช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการ เพราะการใส่หน้ากากไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่เป็นการใส่เพื่อป้องกันตนเอง และหากเมื่อใส่หน้ากากก็ไม่ต้องกลัวที่จะถูกจับปรับ
นางสาวจุฑารัตน์ ขำสุวรรณ อายุ 29 ปี แม่ค้าจำหน่ายอาหารในตลาด กล่าวว่า ตนตระหนักในความปลอดภัยและมาตรการป้องงกันการติดเชื้อโควิด-19 มาตั้งแต่แรก โดยสวมหน้ากากผ้าอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่างทางสังคม กินร้อน ช้อนกลางอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังกำชับทุกคนในครัวเรือนและในชุมชน ให้ความร่วมมือกับทีมอาสา 4 ทหารเสือ ในการคัดกรองโรคด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงที่มาค้าขายในตลาดสด ยังพบว่าทั้งในกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนที่มาเลือกซื้อสินค้าในตลาด ให้ความร่วมมือดีมาก โดยเฉพาะการใส่หน้ากากนั้น ตนใส่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่ลูกค้าก็เห็นใส่หน้ากากผ้าอนามัยกันทุกคน ดังนั้น จึงไม่กลัวถูกจับปรับเพราะฝ่าฝืน เนื่องจากใส่หน้ากากป้องกันอยู่แล้ว

ด้านนางสาวปวีณา สุธรรมมา อายุ 27 ปี ประชาชนที่มาซื้อของในตลาด กล่าวว่า ตนเองและทุกคนในครอบครัว ตลอดทั้งเพื่อนร่วมงาน ก็ได้ปฏิบัติตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยในขณะออกจากเคหะสถานและที่ทำงาน ทั้งนี้ ในส่วนที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ออกคำสั่งให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท นั้น ตนเห็นดีด้วย เพราะจะเป็นการป้องปรามให้ทุกคนตื่นตัวและมีการระมัดระวังตลอดเวลา ที่จะไม่หละหลวมหรือปล่อยปละละเลยให้การ์ดตก การมีประกาศดังกล่าวออกมาจึงเป็นผลดี ให้การตั้งการ์ดสูงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างได้ผลอีกวิธีหนึ่ง
ขณะที่นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวในการแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ล่าสุดว่า จากการออกตรวจพื้นที่ ตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 และการออกไปเยี่ยมเยียนประชาชน ยังพบว่า ประชาชนบางส่วนละเลยหรือประมาท โดยไม่สวมหน้ากากเมื่อออกนอกบ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงอาจจะติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค จึงได้ออกประกาศเพื่อเป็นการบังคับให้ทุกคนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากเคหะสถาน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 นี้เป็นต้นไป

นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า หลังมีประกาศออกไป ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางสื่อโซเชียลจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับประกาศดังกล่าว โดยบอกว่ายังมีคนที่ไม่ปฏิบัติตามอีกมาก เพราะหากโรคกลับมาระบาดอีกต้องเดือดร้อนกันอย่างแน่นอน โดยขอให้ทุกคนร่วมมือกัน ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสวมเพียงหน้ากากผ้า ก็ปลอดภัยแล้ว เนื่องจากหน้ากากอนามัย เหมาะสำหรับผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชนจำนวนมาก