หนึ่งในพ่อของ 13 หมู่ป่า ถูกเจ๊นกพญาลิงแสบ!! หลอกเรียกรับเงิน 80,000 บาท เพื่อเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานถ้ำหลวงเหมือนกัน

!!หนึ่งในพ่อของ 13 หมู่ป่า ถูกเจ๊นกพญาลิงแสบ!! หลอกเรียกรับเงิน 80,000 บาท เพื่อเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานถ้ำหลวงเหมือนกัน

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 63 เวลา 11.00 น. นายเอ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 27 ปี ที่อยู่ต. ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย และ น.ส.บี (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 26 ปี แฟนสาว ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ว่าได้ถูกขบวนการต้มตุ๋นหลอกให้เสียทรัพย์ โดยอ้างว่าสามารถฝากเข้ารับเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนได้ แต่ต้องเสียเงินค่าฝากเข้าทำงานอุทยานให้ผู้ใหญ่ เป็นจำนวน 70,000บาท จึงมีผู้หลงเชื่อขบวนการมิจฉาชีพดังกล่าว หลายคนเสียจ่ายเงินให้ไปแล้ว กลับไม่ได้เข้าทำงานจริง กลุ่มผู้เสียหายจึงได้ออกแฉลากไส้ แก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นเหยื่อ
ซึ่งแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง กับ น.ส.ฤทัยวัน ปติเสน หรือ คนจะรู้จักกันดีในชื่อ ” เจ๊นก ถ้ำหลวง ” และ นายสุพัน รักเหมือง สืบเนื่อง ก่อนหน้านี้ นายสุพันฯ ซึ่งเป็นข้าราชการกรมป่าไม้แห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย ได้มาติดต่อผ่านญาติของ นายเอ ว่าสามารถจะฝากเข้ารับราชการในสังกัด กรมอุทยานฯได้ แต่ต้องเสียเงินค่าฝากเข้ารับราชการเป็น จำนวน 70,000 บาท จากการพูดจาหว่านล้อมหน้าเชื่อถือต่างๆนาๆ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ และไปหาหยิบยืมเงินของญาติพี่น้องเพื่อรวบรวมให้ครบตามจำนวนหวังจะได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ และมีสวัสดิการต่างๆให้ครอบครัว หลังจากนั้น นายสุพันฯ ก็นัดให้มาพูดคุยกับ เจ๊นก ถ้ำหลวง ในวันที่ 9 ก.พ. 63 ที่บริเวณ สนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งมีการนั่งคุยกันบริเวณเก้าอี้รอรับผู้โดยสาร ของด้านในสนามบิน ซึ่งทางด้าน เจ๊นก ถ้ำหลวง ได้สวมใสหมวกคลุมและใส่หน้ากากอนามัยเหมือนจะปิดบังอำพรางใบหน้า จนทำให้แฟนของตนได้เกิดความไม่ไว้วางใจจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแอบถ่ายรูปของนายสุพัน และ เจ๊นก ถ้ำหลวง เอาไว้ในระหว่างที่ตนกำลังคุยตกลงกันอยู่ เมื่อมีการพูดคุยกันถึงรายละเอียดในการสมัคร แล้ว เจ๊นก ถ้ำหลวง ได้แอบอ้างตัวว่า เป็นเลขาหัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และบอกว่าเป็นเด็กนาย จนทำให้ตนหลงเชื่อว่าจะสามารถฝากเข้ารับเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ได้ ประกอบกับ นายสุพันฯ ก็เป็นข้าราชการป่าไม้ ตนจึงตอบตกลงที่จะเสียเงินเพื่อแลกกับการได้เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน หลังจากนั้น นายสุพันฯ ก็ใช้ปากกาเขียนหมายเลขบัญชีธนาคารใส่ในกระดาษ A4 เพื่อให้ตน ได้โอนเงินมาให้โดยเขียนไว้ 2 บัญชี บัญชีแรก เป็น ธนาคารกรุงไทย สาขาเชียงราย หมายเลขบัญชี 595-0-40095-5 ชื่อบัญชี นายสุพันฯ ระบุจำนวนเงินที่ให้โอน จำนวน 30,000 บาท และ บัญชีที่ 2 เป็นบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่สาย หมายเลขบัญชี 500-0-15378-6 ชื่อบัญชี น.ส.ฤทัยวัน ปติเสน ( บัญชีของ เจ๊นก ถ้ำหลวง ) ระบุจำนวนเงินที่ต้องโอน จำนวน 41,500 บาท

ซึ่ง เจ๊นก ถ้ำหลวง ได้แจ้งว่า 40,000 บาท เอาไปให้นาย เป็นค่าฝากเข้าทำงาน ส่วนอีก 1,500 บาท เป็นค่าทำบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ ตนและแฟน จึงเดินทางไปยัง ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน ต.เชียงราย เพื่อนำเงินสดไปฝากตู้ฝากเงินเข้าบัญชี และ กดโอนเงินจากตู้ ATM ไปให้นายสุพันฯ และ เจ๊นก ถ้ำหลวง ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ หลังจากนั้น เจ๊นก ถ้ำหลวง ก็ได้ติดต่อกับตนทางระบบไลน์ และดึงไอดีไลน์ของตน เข้าไปภายในกลุ่มไลน์ ที่ชื่อกลุ่มว่า ” พนักงานถ้ำหลวง ” ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานถ้ำหลวง และ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ อยู่ในกลุ่มไลน์ พนักงานถ้ำหลวง จำนวนเกือบ 100 คน และมีการพิมพ์คุยรายละเอียดในกลุ่มไลน์ มีการแจ้งให้โอนเงิน ค่าตรวจสุขภาพ จำนวน 420 บาท ค่าส่งเอกสาร อีก 200 บาท ซึ่งตนก็โอนไปให้กับ เจ๊นก ถ้ำหลวง และเก็บสลิปไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง จนเวลาเนิ่นนานไปก็มีหลายๆคน ที่โอนเงินไปให้แล้วบางคนต้องรอนานเป็นปี แต่ก็ไม่ได้มีการตอบรับเข้าทำงาน จึงมีการพิมพ์ถามในไลน์กลุ่มซึ่งทาง เจ๊นก ถ้ำหลวง ก็จะบ่ายเบี่ยงอยู่ตลอดเวลา โดยหาข้ออ้างต่างๆนานา มาพิมพ์ จนทำให้หลายๆคนไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกมาแฉ-โวยวาย เพราะกลัวจะไม่ได้เข้ารับทำงาน จนภายหลังตนเกิดความสงสัยจึงโทรไปถามในเรื่องการสมัครบุคคลภายนอกเข้าทำงานของระเบียนของทางอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำ-นางนอน โดยได้คำตอบจากหัวหน้าอุทยานฯว่า ทางอุทยานฯไม่มีนโยบายให้เสียเงินเข้า และ เตือนว่าอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างในเรื่องดังกล่าว และ ทางอุทยานฯก็ออกหนังสือ เพื่อประกาศเตือนในเพจเฟสบุ๊ค ของอุทยานฯ ตนจึงแน่ใจว่า ตนโดนหลอกอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ 2 มิจฉาชีพ พร้อมขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวให้พามาแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งตนรู้สึกกลัวมากๆ หากเป็นคดีความ เพราะตลอดเวลา เจ๊นก ถ้ำหลวง ชอบอ้างถึงนายผู้ใหญ่ต่างนาๆๆ และอ้างถึงหัวหน้าอุทยาน รวมถึงอ้างข้าราชการคนมีสี มาโดยตลอด แต่ตนก็ต้องมาแจ้งความเพราะได้เสียเงินที่ได้ยืมจากญาติมาต้องใช้คืนเขา จึงตัดสินใจมาแจ้งความดำเนินคดีเหตุดังกล่าว เพื่อให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เจ๊นก ถ้ำหลวง ไปหลอกต้มตุ๋นใครๆ ได้อีก

และวันเดียวกัน เวลา 14.45น. ที่ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย น.ส.หญิง (นามสมมุติขอสงวนชื่อและนามกุล) อายุ 26 ปี พร้อมด้วย คุณตา ที่อาศัยอยู่ ต.ผางาม อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นผู้เสียหาย รายที่ 2 จากการถูกหลอกว่าสามารถจะฝากเข้าทำงานของกรมอุทยานฯ ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ในคดีที่ น.ส.ฤทัยวัน ปติเสน หรือ นก ถ้ำหลวงฯ ได้อ้างว่าสามารถฝากเข้าทำงานที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ได้ ซึ่ง น.ส.หญิง ได้ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้มีคนใน ต.ผางาม อ เวียงชัย จ เชียงราย ได้มาชักชวนให้ตนเข้ามาสมัครทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยาน แต่ต้องเสียเงินค่าฝากเข้าทำงาน จำนวน 70,000 บาท แต่สามารถจ่ายเงินก่อนเพียง 40,000 บาทก่อนได้ แล้วที่เหลืออีก 30,000 ค่อยนำมาจ่ายให้ภายหลังจากได้เข้าทำงานที่อุทยานฯ ต่อมาคุณตา ของตนจึงได้พามาพูดคุยกับ กำนัน ชื่อดังคนหนึ่งในเขต อ.เวียงชัย เพื่อพูดคุยรายละเอียดต่างๆ ก่อนจะมีการนัดคุยกับ เจ๊นก ถ้ำหลวง และต่อมาก็มีการนัดให้ตนมาพบเพื่อพูดคุยรายละเอียดที่ร้านครัวสุโขทัย ที่อยู่ใกล้เคียงกับอุทยานถ้ำหลวงฯ โดยในวันนั้นมีกำนันและ คนที่ชักชวนได้เดินทางมาด้วย เมื่อมาถึงก็มีการพูดคุยรายละเอียด ซึ่งเจ๊นก ถ้ำหลวง ได้แจ้งรายละเอียด ต่างๆ ได้แจ้งว่า หากจ่ายเงินแล้ว ก็จะดำเนินการฝากกับนายให้เข้าทำงานได้ และตนก็ได้มอบเอกสารหลักฐานการสมัครต่างๆให้กับ เจ๊นก ถ้ำหลวง ไปในวันนั้น ภายหลังจากตกลงกันเรียบร้อยตนและคุณตา ก็ได้เดินทางไปที่ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่สาย เพื่อฝากเงินสดเข้าบัญชีของเจ๊นก ชื่อบัญชี น.ส.ฤทัยวัน ปติเสน เลขที่บัญชี 500-0-15378-6 จำนวนเงิน 41,000 บาท เป็นค่าฝากเข้างาน 40,000 บาท และอีก 1,000 บาท เป็นค่าทำเอกสาร และต่อมาก็มีการดึงตนเข้าไปในไลน์กลุ่มที่ตั้งหลอกของพนักงานถ้ำหลวง เพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดต่อประสานงานเหมือนคนอื่นๆ โดยมีการแจ้งข่าวสารให้ตนโอนเงินค่าทำบัตรเจ้าหน้าที่อุทยาน จำนวน 500 บาท ค่าตรวจสุขภาพจำนวน 420 บาท และมีค่าจัดส่งเอกสารในการอบรมออนไลน์ผ่านวีดีโอคอนฟาเร้น อีกด้วยจำนวน 200 บาท แต่ต่อมา เจ๊นกพญาลิง ถ้ำหลวง ได้แจ้งมาว่าเอกสารที่ส่งมาเปลี่ยนเป็นเอกสารท้ายสัญญาจ้างแทน แต่พอเปิดดูแล้วพบว่าในซองมีแต่เอกสารส่วนท้าย แต่ส่วนหัวเอกสารไม่มีมา ตนจึงสอบถามไปยังเจ๊นก แต่ก็ไม่ได้คำตอบ และก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด และตนจึงประกาศถอนตัวไม่รอการทำงานที่อุทยานถ้ำหลวงอีกต่อไป และขอเงินคืน แต่เจ๊นกพญาลิง ก็พลัดผ่อนมาตลอดพร้อมทั้งดีดตนออกจากไลน์กลุ่ม ของพนักงานถ้ำหลวงที่ตั้งหลอกมาเพื่อให้เหยื่อลงเชื่อ

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พบว่ามีซองเอกสาร ส่งมาที่ถ้ำหลวงฯ แต่ลงรายละเอียดจ่าหน้าซองว่าส่ง ตู้ ปณ. 7 ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับเจ้าหน้าระดับสูงของถ้ำหลวงเป็นอย่างมาก ประกอบกับมีคนโทรมาสอบถามเรื่องการฝากคนเข้าทำงานในถ้ำหลวงฯหลายๆคนและบ่อยครั้ง จึงมีการติดต่อสอบถามไปยังไปรษณีย์สาขาแม่สายเพื่อสอบถามในเรื่องดังกล่าว ซึ่งภายหลังจากการตรวจสอบ ตู้ ปณ.7 ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จึงทราบว่าเป็นของ เจ๊นก ถ้ำหลวง ที่เป็นผู้ไปเช่าตู้ ปณ.7 มาจากไปรษณีย์แม่สาย เพื่อใช้ในการรับ-ส่งเอกสารต่างๆ ซึ่งคาดเดาได้ว่าอาจจะเช่าไว้ เพื่อให้ดูว่าน่าเชื่อถือ จนทำให้ทาง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ได้ออกหนังสือ ประกาศ เมื่อวันที่14 พฤษภาคม และ ประกาศทางเฟสบุ๊คในวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมาในเพจเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เตรียมการ ได้โพสต์ประกาศ แจ้งเตือนโดยมีใจความดังนี้

” ประกาศ ด้วยอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีว่า มีผู้แอบอ้างตัวเป็นหัวหน้าอุทยานฯ โดยมีการกระทำและพฤติการณ์ ประกอบการกระทำอันเป็นการหลอกลวงประชาชนทั่วไปว่า ในการรับบุคคลทั่วไปเข้าทำงานที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน จะต้องแลกกับการจ่ายเงินให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน เป็นค่าตอบแทนในการรับเข้าทำงาน และมีประชาชนจำนวนหลายคนหลงเชื่อ รวมทั้งได้จ่ายเงินให้บุคคล ผู้แอบอ้างดังกล่าวแล้ว จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า การรับบุคคลทั่วไปเข้าทำงานในอุทยานแห่ชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ วิธีการ และระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด ซึ่งจากการที่มีผู้แอบอ้าง โดยแลกกับการจ่ายเงินให้แก่หัวหน้าอุทยานฯ ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด สำหรับผู้ที่แอบอ้างซึ่งได้แสดงตนเป็นหัวหน้า และการกระทำหลอกลวงประชาชนดังกล่าว ทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงของหัวหน้าอุทยานฯ และทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของทางราชการ รวมทั้งเป็นการกระทำที่มีความผิดตามประมวลกฏหมายทางแพ่งและทางอาญา หากประชาชนคนใดได้รับความเสียหายหรือพบการกระทำลักษณะดังกล่าว ขอได้โปรดแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง -ขุนน้ำนางนอน ทราบ เบอร์โทรศัพท์ 081-5951095 (ทั้งนี้การแจ้งดังกล่าวจะถือว่าเป็นความลับไม่เปิดเผยชื่อผู้แจ้งแต่อย่างใด) เพื่อจะได้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาดต่อไป ”
ภายหลังจากอ่านข้อความนี้แล้ว ตนและ ผู้เสียหายอีกหลายคนจึงคิดว่าน่าจะถูกหลอกเป็นแน่แท้ ตนจึงนัดกับผู้เสียหายคนอื่นๆ เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ฤทัยวัน ปติเสน หรือ เจ๊นกพญาลิง ถ้ำหลวง ในครั้งนี้เพื่อเป็นการทวงคืนความยุติธรรมให้ตนเอง และ เพื่อไม่ให้ เจ๊นก ถ้ำหลวง ลอยนวลไปหลอกลวงคนอื่นๆ ได้อีก ว่าจะฝากเข้าทำงานในกรมอุทยานได้อีก ซึ่งตอนนี้มีผู้เสียหาย หลายสิบคน จากคนในกลุ่มไลน์เกือบ100 คน ซึ่งก็มีบางคนไม่กล้าแจ้งความ เพราะเกรงกลัวต่ออิทธิพล ของเจ๊นก ถ้ำหลวง ซึ่งหลายคนก็ทราบกันดีว่า เจ๊นก ถ้ำหลวง มีการคบหาสมาคมและอ้างถึงนักการเมืองท้องถิ่น นายทหารยศใหญ่สมัยเมื่องครั้งตอน 13หมู่ป่า รวมถึงเจ๊ใหญ่ดังในเขตแม่สาย จนทำให้หลายๆ คน เกิดความเกรงกลัวในตัวเจ๊นกพญาลิง ถ้ำหลวง

ด้านทาง นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหาร พื้นที่ อนุรักษ์ที่15 จ.เชียงราย ได้ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ในตอนนี้ต้องขอดูรูปคดีก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็พึ่งคุยกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ว่าถ้าผู้เสียหายไปแจ้งความก็จะได้พยานและหลักฐานเพิ่มเติม แต่ ณ ตอนนี้ทางอุทยานฯ ก็มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบในเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งก็ต้องดูว่ามีผู้เสียหายหรือไม่ ถ้ามีผู้เสียหายก็ต้องดูพนักงานสอบสวนว่าเขาดำเนินการอย่างไร ส่วนเรื่องที่มีเจ้าหน้าที่ไปแอบอ้างว่าจะฝากเข้าทำงานได้นั้น การสอบยังไม่ได้เกิดขึ้นและในความเป็นจริงทางอุทยานฯ ก็พึ่งเปิดรับสมัครเสร็จไปเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมนี้เอง โดยทางสำนักเขต15 ก็ยังไม่เคยทราบเรื่องว่ามีการวิ่งเต้นเข้าทำงานที่เกิดขึ้น จนกระทั่งมีค