วันเสาร์ ที่ 11 เดือนกรกฎาคม คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

ณ ห้องประชุมหมายเลข 408 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา(ฝั่งวุฒิสภา) คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม

วันที่ 25 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมหมายเลข 408 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา(ฝั่งวุฒิสภา) คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม

วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา จัดสัมมนาการระดมความคิดเห็น เรื่อง ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(CPTPP) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ภาคประชาชน และภาคเกษตรกร เข้าร่วมการระดมความคิดเห็นในครั้งนี้
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากประเทศไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาวิเคราะห์ ผลประโยชน์และผลกระทบ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อประกอบการพิจารณาแจ้งความจำนงเข้าร่วมภาคี CPTTP หรือไม่ ดังนั้นคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ จึงเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างรอบด้าน เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคสำคัญต่าง ๆ พร้อมทั้งรวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนในการกำหนดแนวทางเกี่ยวกับเรื่อง CPTTP ให้มีความเหมาะสมกับประเทศต่อไป

สำหรับการระดมความคิดเห็นในวันนี้ ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การเข้าเป็นภาคี CPTTP เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถผลักดันและเป็นโอกาสในการปฏิรูปกฎระเบียบต่าง ๆ ของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศในระยะยาว แต่สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเร่งดำเนินการหากจะเข้าร่วมก็คือ ควรจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขกฎหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับพันธกรณี ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจการภายในประเทศที่ต้องเป็นมากกว่าการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยต้องเร่งดำเนินการเรื่องพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการไปพร้อม ๆ กัน เพื่อช่วยในเรื่องการปรับตัว และส่งเสริมให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมภาคีได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้มีข้อกังวลในประเด็นของการฟ้องร้องจากการไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีของ CPTPP การระงับข้อพิพาทภายใต้ CPTPP แบ่งออกเป็น 2 กลไกที่มีขอบเขตและกระบวนการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ กลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับรัฐและรัฐภาคีเท่านั้นที่สามารถฟ้องได้ ในประเด็นเกี่ยวกับการตีความ การบังคับใช้ หรือการดำเนินมาตรการที่ขัดต่อข้อบทของความตกลง โดยต้องปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาท ซึ่งมีกระบวนการที่ใกล้เคียงกับการระงับข้อพิพาทภายใต้ WTO
กลไกที่สองคือ กลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน (ISDS) ให้สิทธินักลงทุนของรัฐภาคีสามารถฟ้องรัฐภาคีที่ตนเข้าไปลงทุนได้ โดยจำกัดขอบเขตเฉพาะกรณีที่มีการละมิดพันธกรณีบางข้อ (ไม่ใช่ทั้งหมด) ของบทลงทุนและการละเมิดพันธกรณีบางข้อในบทเรื่องบริการทางการเงิน (เนื่องจากรูปแบบการให้บริการทางการเงินบางประเภทเข้าข่ายเป็นการลงทุน) โดยต้องปรึกษาหารือก่อน หากระงับข้อพิพาทไม่ได้จึงเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้กลไก ISDS ของ CPTPP ถือว่ามีความรัดกุมสำหรับรัฐมากกว่า ISDS ทั่วไป อาทิ กำหนดให้รัฐสามารถฟ้องหรือแย้งนักลงทุนได้ รวมทั้งกำหนดให้คณะอนุญาโตตุลาการไม่สามารถตัดสินให้รัฐภาคีที่เป็นคู่พิพาทจ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษได้

ภาพ/ข่าว กฤษรชฏะชญตว์ กฤษพิพัฒนโภคิน ทีมข่าวไทยเกอร์นิวส์ รัฐสภา รายงาน