วันพฤหัสบดี ที่ 13 เดือนสิงหาคม คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

เพชรบุรี-“รองญัติ” นำทีม ทลายแก๊งเจาะตู้ATM หน้าเขื่อนเพชร รวบ 4 กุมาร ลั่น “เมืองเพชรเจ้าที่แรง คนร้ายอย่าคิดเหิมก่อเหตุ

เพชรบุรี-“รองญัติ” นำทีม ทลายแก๊งเจาะตู้ATM หน้าเขื่อนเพชร รวบ 4 กุมาร ลั่น “เมืองเพชรเจ้าที่แรง คนร้ายอย่าคิดเหิมก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 6กรกฎาคม 2563 นายณัฐวุฒิ เพ์ชรพรมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ,พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ,พ.ต.อ.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พ.ต.อ.วันชาติ ม่วงศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่ายาง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเพชรบุรี และชุดสืบสวน สภ.ท่ายาง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายภานุเดช ลาดพุ่ม อายุ26ปี อยู่บ้าน เลขที่ 90/16 ถนนริมคลองบางค้อ เขตจอมทอง กทม
2. นายวีรวัฒน์ จูเอี่ยม อายุ 23 ปีอยู่บ้านเลขที่ 33 ทับ 2 หมู่ 4 ตำบลบ้านใหม่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
3 .นายธันวา คุโน อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/144 หมู่ 1 ตำบลบ้านใหม่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
4. นายภาราดอน ปิยวรไพบูลย์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 ซอยถนนเจริญรัถ แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
โดยทั้งสี่คนร่วมกันใช้ไฟหัวแก้สเจาะตู้ATM ธนาคารกรุงไทย ซึ่งตั้งอยู่หน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ช่วงกลางดึกคืนวันที่19 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่การก่อเหตุในครั้งนี้ คนร้ายไม่สามารถได้ทรัพย์สินแต่อย่างใด เนื่องจากขณะเกิดเหตุมีนางยุพา พลจันทร์ อายุ55ปี แม่ค้าขายทุเรียนใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ พบเห็นขณะก่อเหต ทำให้คนร้ายทั้งหมดเกรงกลัวความผิด จึงรีบนำอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุขึ้นรถที่ใช้เป็นยานพาหนะประกอบด้วย รถเก๋งยี่ห้อ Honda รุ่น Accord สีดำ หมายเลขทะเบียน ษจ- 7790 กทม รถกระบะยี่ห้อ Isuzu รุ่น d-max สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 7 กฉ. 4930 กทม และ รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโจ่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2กฬ 7402 กทม หลบหนีไปตามถนนคลองสาย3แล้ววิ่งไปตามถนนที่ใช้เป็นทางลัดชั่วคราวภายในบ้านท่าทุ่งแฝก แล้วพากันขับขี่ออกมาตามถนนคันคลองสายหนึ่งมุ่งหน้าออกถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ โดยเส้นทางที่คนร้ายพากันหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน(เฉพาะกิจ) ภจ.ว. เพชรบุรี นำโดย พ.ต.อ.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่ายาง นำโดย พ.ต.ต.กัญฌ์จเกล้า พิริยะเดชาวัฒน์ สารวัตรสืบสวน สภ.ท่ายาง ได้ร่วมกันเเกะรอยจากกล้องPCTVทุกระยะจนทราบหมวดอักษรและหมายเลขป้ายทะเบียนรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์. ผบช.ภ.7. ได้สั่งการให้ระดมกำลังชุดสืบสวนภาค7ทุกทีม ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเพชรบุรี ชุดสืบสวน สภ.ท่ายาง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ แกะรอยคนร้ายทันที เริ่มจากสอบปากคำพยานบุคคล พยานวัตถุ และ แกะรอยจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่บริเวณหน้าตู้ATM ไปจนถึงถนนสายต่างๆ แล้วนำข้อมูลที่ทั้งชุดสืบสวน จว.เพชรบุรี สืบท่ายาง มาประมวลร่วมกับข้อมูลของชุดสืบสวนภาค7 จนกระทั่งทราบเบาะเเสว่า ผู้ก่อเหตุแก๊งนี้เป็นกลุ่มเพื่อนมีทั้งชายและหญิงโดยรู้จักกันขณะศึกษาอยู่ในสถานศึกษาแห่งหนึ่ง และพากันมาพักแรมเที่ยวดื่มกินกันในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธิ์ ชะอำ โดยลักษณะการท่องเที่ยวของกลุ่มนี้มักจะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยและหลังจากก่อเหตุแล้ว ทั้งหมดได้แยกย้ายกันกลับบ้านที่่ กทม และ นครปฐม ราชบุรี และนนบุรี หลังเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจนแน่ชัดแล้ว จึงนำตัวเพื่อนหญิงจำนวน7 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติมและจัดเก็บเนื้อเยื่อของเพื่อนผู้หญิงทั้งหมดเข้าสู่ขบวนการตรวจDNA ส่วนผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นชายทั้ง4ราย ที่มีพยานระบุชัดว่าได้ร่วมกันก่อเหตุเจาะตู้ ATM นั้น พ.ต.ท.อนุรักษ์ สิงห์สังข์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.ท่ายาง ได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดเพชรบุรี จนทำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสี่คนได้ในพื้นที่ ภูมิลำเนาของตนเอง พร้อมนำตัวมาแยกสอบสวน จนคนร้ายทั้งหมดยอมเปิดปากรับสารภาพ ทั้งหมดเป็นเพื่อนฝูงที่เคยศึกษามาด้วยกัน ได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเขตอำเภอชะอำจังหวัดเพชรบุรีตั้งแต่วันที่14มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยพักดื่มกินค้างคืนที่บริเวณชายหาดชะอำ และตระเวนท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆอีกหลายแห่ง รวมถึงเคยผ่านจุดที่ตั้งตู้ATM ขณะเดินทางไปท่องเที่ยวแก่งกระจาน จากนั้นจึงได้ร่วมกันวางแผนเพื่อหาเงินใช้เที่ยวเตร่ จึงซื้อชุดตัดแก้สที่ร้านค้าแห่งหนึ่งภายในอำเภอชะอำ ราคา 6 พันเศษ

และชักชวนกันย้อนมาก่อเหตุในยามวิกาล โดยใช้รถมิตซูบิชิ ปาเจโจถอยหลังเข้าไปจอดติดกับตู้ATM แล้วเปิดกระโปรงหน้าให้บดบังสายตาผู้คน จากนั้นได้ใช้รถเก๋งถอยหลังมาจอดด้านหน้าตู้แล้วนำหัวไฟจากถังแก้สร่วมกันก่อเหตุเจาะตู้ATM แต่ขณะก่อเหตุมีแม่ค้ามาพบเห็นประกอบกับสัณญาณนิรภัยจากตู้เริ่มสงเสียง จึงเกรงกลัวความผิดจึงรีบพากันขนอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุขึ้นรถหลบหนี ไปนอนอยู่ห้องพักชะอำ จนรุ่งเช้าจึงได้พากันขับรถตระเวนท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ก่อนจะพากันแยกย้ายกันกลับบ้านทำตัวปกติ จนต่อมาเมื่อวันที่4 กรกฏาคม ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยรวบตัวได้ยกแก๊ง พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มมจำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้นขนาด 6.35 มม จำนวน 1 กระบอก และ อุปกรณ์ ถังแก๊สที่ใช้ก่อเหตุ 1 ชุด จากนั้นนำตัวมาแถลงข่าวผลการจับกุมและถูกควบคุมตัวเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางบรรดาไทยมุงที่ทราบข่าวเดินทางมาดูเป็นจำนวนมาก พร้อมเอ่ยปากให้กำลังต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถปิดคดีโดยทลายแก้งคนร้ายเจาะตู้ATM ครั้งนี้ได้เป็นผลสำเร็จ
พ.ต.อ.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ รอง ผบก.เพชรบุรี เผยว่า หลังเกิดเหตุมีคนร้ายก่อเหตุเจาะตู้ATM เมื่อวันที่19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภจ.ว.เพชรบุรี ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ท่ายาง เร่งติดตามตัวโดยให้เดินเเกะรอยจากกล้องวงจรปิดทุกแห่งที่คาดว่าคนร้ายใช้เส้นทางในการหลบหนี จนใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด และขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนทุกท่านหากพบเห็นเหตุการณ์มีผู้กระทำผิดก็ให้ตั้งสติและแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อจะเป็นข้อมูลเหมือนคดีนี้ ต้องขอขอบคุณแม่ค้าที่แจ้งเบาะเเสจนสามารถติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้ และขอฝากไปถึง ผู้ที่คิดก่อเหตุ หรือก่อคดีในจังหวัดเพชรบุรี ขอให้คิดดีดี อย่าเหิมเกริม เพราะ เมืองเพชร มีเจ้าที่แรงมาก

กสิพล ศิริลาภ-เพชรบุรี