วันอาทิตย์ ที่ 9 เดือนสิงหาคม คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 9 อาคารสำนักงาน ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จังหวัดนนทบุรี

วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00-12.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 9 อาคารสำนักงาน ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จังหวัดนนทบุรี คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านสาธารณสุข ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา

นำโดย นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ ในฐานประธานคณะอนุกรรมาธิการ ตสร. ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการติดตาม เร่งรัด และเสนอแนะการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข โดยมี หม่อมหลวงพัชรภากร เทวกุล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ รองเลขาธิการ ก.พ. และผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน ก.พ. ให้การต้อนรับ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนและบรรยายสรุปในประเด็นการปฏิรูปด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะประเด็นปฏิรูปที่ 1 : ระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ ดังนี้
1) แนวคิด และแนวทาง รวมทั้งประเด็นด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูป (1) การบริหารจัดการสถานพยาบาลภาครัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้มีอิสระ คล่องตัว และสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล และค่าตอบแทน เช่น ให้สถานพยาบาลบริหารงบประมาณค่าตอบแทนของบุคลากร (2) การบริหารรวมกันเป็นเครือข่าย ทั้งด้านงบประมาณ อัตรากำลังและทรัพยากร ซึ่งจะเป็นการบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ภายใต้การมีส่วนร่วมออกแบบระบบจากผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder)
2) ประเด็นเกี่ยวกับการกระจายอำนาจโดยการตั้งเขตสุขภาพ : แนวคิดและแนวทาง รวมทั้งประเด็นด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ได้มีการหารือถึงแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ โดยการกำหนดพื้นที่จัดทำ Systematic Sandbox เพื่อทดลองดำเนินการตามแนวทางการปฏิรูปข้างต้น ใน 1 เขตภูมิภาค / 1 เขต กทม. โดยรูปแบบจะยังคงสถานะสถานพยาบาลให้เป็นส่วนราชการ แต่ให้มีอิสระในการบริหารทั้งกำลังคนและงบประมาณให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ภาคีที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการบริหารสถานพยาบาล โดยมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ซึ่งคณะผู้บริหารสำนักงาน ก.พ. เห็นด้วยในหลักการของข้อเสนอการทำ Systematic Sandbox พร้อมแนะนำถึงกรอบระยะเวลาดำเนินการ 1-2 ปี อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้กับเรื่องบุคคลถือว่าน้อยเกินไป ยังต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการความต้องการและความคาดหวังของบุคคลที่แตกต่างกันไป ระยะเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาจากพื้นที่ Systematic Sandbox คือ 3 ปีขึ้นไป เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกแบบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรบุคลากรตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล งบประมาณ และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยต้องมีผู้เชี่ยวชาญติดตามการปฏิรูป (reform champion) อย่างต่อเนื่อง

ตลอดจนแลกเปลี่ยนถึงระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลของภาครัฐที่กำลังเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาผลัดใบ คนรุ่นใหม่ที่มีทักษะและค่านิยมแบบใหม่กำลังเข้าสู่ระบบข้าราชการมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อปรัชญาในการดำรงอยู่ของหน่วยงานรัฐ (public sector) ที่ต้องพิจารณาว่า จะมุ่งเน้นการทำงานของคน (workforce intensive) หรือมุ่งเน้นการทำงานโดยเทคโนโลยีเป็นสำคัญ (technology intensive) โดยมีคนเป็นผู้สนับสนุน ดังนั้น การทำ Systematic Sandbox จะต้องให้ความสำคัญกับ technology ควบคู่กันไป
อย่างไรก็ตาม การผลักดันการจัดทำ Systematic Sandbox ในพื้นที่เขตสุขภาพ อาจจะต้องมีการหารือร่วมกับหน่วยงานกลางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ความคิดเห็นอย่างรอบด้านสำหรับการออกแบบ เช่น สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ภาพ/ข่าว กฤษรชฏะชญตว์ กฤษพิพัฒนโภคิน ทีมข่าวไทยเกอร์นิวส์ รัฐสภา รายงาน