วันอาทิตย์ ที่ 9 เดือนสิงหาคม คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

พะเยา ผวา! สาวติดโควิด-19 มาจากระยอง นายกทต.ท่าจำปี นำคณะทำงานลงตรวจสอบ สั่งกักตัวเอง 14 วันเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม

พะเยา ผวา! สาวติดโควิด-19 มาจากระยอง นายกทต.ท่าจำปี นำคณะทำงานลงตรวจสอบ สั่งกักตัวเอง 14 วันเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม

วันที่ 17 ก.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานศูนย์ป้องกันโรคโควิด-19ตำบลท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา นำโดย นายพิจิต อ้อยลี นายกเทศมนตรีตำบล ท่าจำปี พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผอ.รพ.สต. และเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีหญิงสาวชาวพะเยาซึ่งทำงานในห้างสรรพสินค้าแหลมทองแฟชั่น จ.ระยองที่มีผู้ป่วยโควิดทหารอียิปต์เข้าไปเดินเที่ยวหลังมีการเปิดห้าง ได้เดินทางจากจังหวัดระยองมาที่ จ.พะเยา และมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางสื่อออนไลน์ว่ามีผู้ป่วยสงสัยโรคโควิด-19 เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง จังหวัดระยองอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.ท่าจำปี จึงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ นายพิจิตร อ้อยลี นายกเทศมนตรีตำบลท่าจำปี พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผอ.รพ.สต. และเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ออกตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่บ้านท่าจำปี หมู่ที่ 6 ที่หญิงสาวเดินทางมาจากจังหวัดระยองมาพัก ทางคณะทำงานศูนย์ป้องกันโรคโควิด-19ตำบลท่าจำปี เข้าตรวจสอบและให้คำแนะนำพร้อมได้มอบหน้ากากอนามัย และ แอลกอฮอล์ ให้กับผู้ที่เดินทางมาพร้อมให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัว ขณะกักตัวอยู่บ้าน 14 วันในบ้าน

จากการสอบถาม ข้อเท็จจริงหญิงสาวได้เดินทางมาจากระยองจริง ซึ่งเดินทางมาด้วยเหตุผลส่วนตัว เพื่อพบแฟน ที่อยู่พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลท่าจำปี หลังจากได้ออกเดินทางโดยรถประจำทาง สมบัติทัวร์ เวลา วันที่ ๑๔ ก.ค.63 เวลา 20.20 น. ถึงบ้านพะเยา เช้าวันที่ 15 ก.ค.63 เวลา 06.20 น. แล้วเดินทางมารถส่วนตัวของแฟน เข้ามาในหมู่บ้าน หลังจากนั้นพักผ่อนอยู่ที่บ้านประมาณครึ่งวัน พอบ่ายๆ เวลาประมาณ 15.00 น. เดินทางไปซื้อของที่ห้างแมคโคร พะเยา ใช้เวลาอยู่ที่ห้างประมาณครึ่งชั่วโมงแค่จุดเดียว ก็เดินทางกลับบ้านพัก

นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่าผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงเข้ามายังพื้นที่จังหวัดพะเยา ได้มีการติดตามคัดกรองเฝ้าสังเกตอาการและแนวทางในการปฎิบัติในห้วง 14 วัน ซึ่งขณะนี้มีการเฝ้าติดตามบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง จำนวน 15 ราย และมี 2 รายที่มีอาการป่วย แต่ก็ได้ทำการตรวจหาเชื้อแล้วไม่พบแต่อย่างใด