วันพฤหัสบดี ที่ 6 เดือนสิงหาคม คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

อนุกรรมาธิการ ตสร. ด้านสาธารณสุข หารือ ก.พ.ร. ผลักดันแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ

อนุกรรมาธิการ ตสร. ด้านสาธารณสุข หารือ ก.พ.ร. ผลักดันแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00-12.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา และคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านสาธารณสุข ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา นำโดยนายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน โดยมี นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. และผู้บริหารของสำนักงาน ก.พ.ร. ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ ได้ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ในประเด็นปฏิรูปที่ 1 : ระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ ได้แก่ 1) การสร้างเอกภาพทางนโยบายในระดับชาติ ผ่านการผลักดันร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ หรือการใช้อำนาจฝ่ายบริหารตั้งคณะกรรมการนโยบาย 5 ด้าน เพื่อบริหารระบบ 2) การปฏิรูปการบริหารสถานบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยการจัดทำ Systematic Sandbox ในพื้นที่ทดลอง 2 เขตสุขภาพ ได้แก่ เขตกรุงเทพมหานครและเขตจังหวัดเชียงใหม่ 3) การกระจายอำนาจการบริหารจัดการ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระดับเขตพื้นที่ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม (Consortium) ทั้งนี้ เลขาธิการ ก.พ.ร. และทีมผู้บริหารเห็นด้วยในหลักการการผลักดันการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ทั้ง 3 แนวทางข้างต้น โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้
1) การสร้างเอกภาพทางนโยบายสุขภาพ ควรใช้อำนาจฝ่ายบริหารทดลองดำเนินการ เพราะจะง่ายกว่าการออกกฎหมาย ซึ่งหากผลการดำเนินการมีประสิทธิภาพก็จะนำไปสู่การออกกฎหมายต่อไป

2) การปฏิรูปการบริหารสถานบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยการจัดทำ Systematic Sandbox ควรผลักดันผ่านการใช้อำนาจฝ่ายบริหารมารองรับ ซึ่งอาจดำเนินการกำหนดรายละเอียดประเด็นการปฏิรูปในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งเขตสุขภาพเพื่อประชาชน พ.ศ. 2559 ที่อนุกรรมาธิการ ตสร. ด้านสาธารณสุข จะใช้ในการกำหนดเขตพื้นที่เพื่อการจัดทำ Systematic Sandbox
3) การกระจายอำนาจ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม (Consortium) โดยมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หากต้องการให้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ควรผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของฝ่ายบริหาร โดยช่องทางที่จะสามารถทำให้เกิดการดำเนินการได้อย่างรวดเร็วที่สุด คือ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขตามแนวทางของอนุกรรมาธิการ ตสร. จะได้รับการดำเนินการก็ต่อเมื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข (คป.สธ.) กระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholder) ร่วมสนับสนุน ซึ่งการที่ฝ่ายประจำจะเข้ามามีส่วนร่วมได้ จะต้องเกิดจากความเห็นชอบจากฝ่ายการเมือง จึงจะนำไปสู่การผลักดัน

ภาพ/ข่าว กฤษรชฏะชญตว์ กฤษพิพัฒนโภคิน ทีมข่าวไทยเกอร์นิวส์ รัฐสภา รายงาน