วันพฤหัสบดี ที่ 6 เดือนสิงหาคม คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

จังหวัดปทุมธานี คุกคามสื่อ มือมืดลอบยิงรถนักข่าว

จากกรณีที่สื่อมวลชนได้รับข้อมูลว่ามี ตัวแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโพ คนปั้น ผู้รับเหมาจัดทำซุ้มเฉลิมพระเกียรติ จะเดินทาง เข้าพบ นายชูชาติ คล้ายทิม หัวหน้าฝ่ายงานพัสดุทะเบียนทรัพย์สินของเทศบาลเมืองคลองหลวง

ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 เวลา 13:30 น. เพื่อสอบถาม ประเด็นกรณ จ้างเหมา จัดทำซุ้มเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูรรัชกาลที่ 10 จำนวน 1 โครงการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เพื่อขอตรวจสอบเอกสารและขอเอกสารคืนพร้อมกับขอคำชี้แจงกรณีบริษัทผู้ ที่ได้งานโครงการดังกล่าว ว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน หรือไม่ เนื่องจาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพ คนปั้น เป็นหนึ่ง ผู้ยื่นเสนอประมูลโครงการดังกล่าว แต่กลับไม่ได้งาน และตรวจพบว่า ผู้ที่ได้งานเป็นบริษัท เวลตี้ ครีเอชั่นจำกัด( ขายส่งขายปลีกให้บริการผู้ผลิต)เป็นผู้ได้งาน โดยเสนอราคาเป็นเงิน 7,983,000(เจ็ดล้านเก้าแสนแปดหมื่นสองพันบาท)ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพ คนปั้นได้เสนอราคา เข้าไป ด้วยเหตุอันข้อสงสัยดังกล่าว ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพ คนปั้น จึงได้ขอเข้าพบ เพื่อขอรายละเอียด ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ในฐานะผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการประมูลงานในครั้งนี้ ว่าบริษัทดังกล่าว ได้ดำเนินการตามขั้นตอน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องหรือไม่ และบริษัทตน มีความผิดพลาดประการใด ถึงไม่ได้งานดังกล่าว และสาเหตุใดทำไมงานของบริษัทตนกับบริษัทผู้ที่ประมูลงานได้จึงเป็นราคาเดียวกัน หากเป็นราคาเดียวกันแล้ว หจก.ของตนมีความผิดพลาดประการใดและบริษัทคู่แข่ง มีคุณสมบัติเหนือกว่าตนอย่างไรถึงได้งานดังกล่าว ซึ่งก่อนที่จะเดินทางมายังเทศบาลเมืองคลองหลวง ทาง ห.จ.ก.โพคนปั้นได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้ที่รับเอกสารที่ชื่อว่ามะ ที่ได้จัดเตรียมเอกสาร ในการเสนอราคางานต่างๆ โดยแจ้งว่าได้มีการส่งเอกสารให้ยังโต๊ะของ นายชูชาติ คล้ายทิม หัวหน้าส่วนงานพัสดุทะเบียนทรัพย์สินแล้ว

แต่เมื่อตัวแทน ห.จ.ก.โพคนปั้นเดินทางมาถึงเทศบาลเมืองคลองหลวง กลับไม่พบนายชูชาติ คล้ายทิม โดยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ของเทศบาลว่านายชูชาติ ติดสอบ สตง. เรื่องถุงยังชีพอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแนะนำว่าต้องการพบนางสุดา ทองวิลัย ที่ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ปฏิบัติหน้าที่ปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวงและปฏิบัติหน้าที่รองปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวงหรือไม่ เพื่อจะสอบถามข้อมูลหรือประเด็นดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่านางสุดาทองวิไลอยู่ที่ชั้น 2 ในห้องทำงาน เมื่อตัวแทนห.จ.ก.โพคนปั้นได้รับทราบข้อมูลจึงประสงค์จะพอพูดคุยกับนางสุดาทองวิลัยเพื่อสอบถาม ข้อมูลและประเด็นกรณีของตน แต่พอเดินลงมาที่ชั้น 2 ก็พบกับชายจำนวน 3 คน ที่ยืนอยู่หน้าทางเข้า สำนักงานปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวง และได้สอบถาม กับตัวแทน ห.จ.ก. โพ คนปั้น ว่าคุณจะมาทำอะไร? ซึ่ง ตัวแทนก็ได้ชี้แจงว่าตามจริงจะมาพบนายสุชาติ คล้ายทิมแต่ทราบว่านายสุชาติ ไม่อยู่เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้มาพบนางสุดา ทองวิไล ตนกะจะเข้าพบนางสุดา ทองวิไลเพื่อสอบถามประเด็นข้อมูลที่ทองวิไล ทราบ

แต่กับ มีชาย 1 ใน 3 ได้ชี้แจงว่านางสุดาทองวิไลไม่อยู่ ถ้าจะมาก็ต้องทำหนังสือแจ้งมาก่อนไม่ใช่ว่ามาเลยถ้ามาแบบนี้ก็จะไม่เจอ ซึ่งดูท่าทาง แล้วชายคนดังกล่าวดูเหมือนเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองคลองหลวง ทางตัวแทน ห.จ.ก.ปั้นจึงได้สอบถามไปว่าหากจะขอเข้าพบแล้วต้องทำหนังสือล่วงหน้ามากี่วันถึงจะได้พบ ทำให้ชายคนดังกล่าวเกิดความไม่พอใจเล็กน้อย และพยายามชี้แจงว่า ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นแต่ถ้าจะมาก็ให้มาพบได้ ไม่ติดขัดอะไรแต่ต้องแจ้งก่อน สื่อมวลชนได้ชี้แจงว่าวัตถุประสงค์ของ ห.จ.ก.โยคนปั้นที่เข้ามาพบนั้นด้วยเหตุใด แต่เมื่อมาแล้วจึงขอถือโอกาสได้สอบถามท่านรอง เลยแล้วกัน ว่าประเด็นกรณีที่มีการ จ้างเหมาจัดทำซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ค่าเงิน 7.9 ล้านบาทนั้นท่านทราบข้อมูลรายละเอียดหรือไม่ ช่ายคนดังกล่าวได้ปฏิเสธว่าตนไม่มีหน้าที่โดยตรง เป็นเพียงอดีตรองนายกเทศบาลเมืองคลองหลวงเท่านั้น จึงไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดอะไรได้มาก ตนมีเพียงหน้าที่ มาดูแลความเรียบร้อยและทำงาน ช่วยนางสีดา ทองวิไลเท่านั้น จากนั้นได้มีโทรศัพท์ โทรเข้ามายังทีมสื่อมวลชนและสอบถามว่าชายคนดังกล่าวแล้วมีหน้าที่อะไรทำไมต้องมาขวางกั้นหรือมาเป็นเจ้ากี้เจ้าการในการเข้าพบ นายกเทศบาลเมืองคลองหลวงหรือเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองคลองหลวง ทำให้เกิดการโต้เถียงกันระหว่างชายดังกล่าวและบุคคลที่โทรมาทางสายโทรศัพท์ของสื่อมวลชน หลังจากการมีการพูดคุยกันเป็นเวลาเกือบ 10 นาที ซึ่งในการพูดคุยกันนั้นได้มีการโต้เถียง กันเล็กน้อย ในกรณีที่ ชายคนดังกล่าวมีการเรียกรับ เงิน จริงหรือไม่ โดยผู้ชายที่โทรมาอ้างว่าตนมีคลิปเสียงที่มีการขอเรียกรับเงินจากชายคนดังกล่าว

ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเดินลงจากชั้น 2 ของของเทศบาลเมืองคลองหลวง หลังจากนั้นตัวแทนของ ห.จ.ก.โพ คนปั้นได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังนายชูชาติ เพื่อสอบถามถึงรายละเอียดของเอกสารของตนว่าที่ต้องยื่นเอกสารไปแล้วเอกสารของตนผิดพลาดประการใดและเอกสารของตนอยู่ที่ไหน แต่กลับได้รับคำปฏิเสธจากนายชูชาติว่าตนยังไม่ได้รับเอกสาร และไม่เห็นเอกสารงานประมูลเสนอราคาดังกล่าว นายสุชาติได้ให้แนะนำให้ติดต่อ นายบวร ใบพลูทอง โดยตรงโดยอ้างว่าตนไม่เคยได้รับเอกสารใดๆ ทั้งตัวแทน หจก.โพ คนปั้นจึงได้ติดต่อประสานงานไปยัง ผู้ที่รับเอกสารของตน ทางผู้รับเอกสารก็บอกว่าได้ไปวางไว้โต๊ะนายชูชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นจานเกี่ยงงานเร็วโยนกันไปโยนกันมา ทางนี้เองสื่อมวลชนจึงได้ขออนุญาตสอบถามไปยังผู้ที่รับเอกสารว่าคนในกรณีที่กับสถานที่ สูญหายไปนี้ ปกติแล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบ และได้สอบถามว่าตอนนี้ท่านอยู่ที่ใดซึ่งเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวบอกว่ากำลังไปรับลูกซึ่งสื่อมวลชนถึงได้ท้วงติงว่าในเวลาราชการท่านไปรับลูกได้หรือไม่อย่างไร ส่วนข้าราชการคนดังกล่าวตอบว่า จะมา จี้เอาผิดกับ ข้าราชการ ตัวน้อยๆทำไม

นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เทศบาลเมืองหลวงที่ทางคณะสื่อมวลชนได้พยายามนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องในเรื่องที่อาจจะมีการทุจริตคอรัปชั่นในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าวซึ่งก่อนหน้านี้ ทางทีมงานสื่อมวลชน ข่าวชัดประเด็นจริงช่อง 13 สยามไทยได้นำเสนอเรื่องราว ที่เทศบาลเมืองคลองหลวงกรณีการจัดซื้อจัดจ้างรถขยะ, การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง รองปลัดเทศบาลและเจ้าหน้าที่นิติกร, กลุ่มผู้มีอิทธิพลบุกรุกพื้นที่สาธารณะในเขตเทศบาลเมืองคลองหลวง,
ซึ่งการเสนอข่าวของทีมงานสื่อมวลชนช่อง 13 สยามไทย อาจทำให้มีเจ้าหน้าที่บางรายต้องถูกย้ายออกนอกพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานในที่อื่นดังนั้นอาจจะเป็นประเด็นที่ให้เกิดความโกรธแค้น ได้หรือไม่นั้นทางทีมงานข่าวชัดประเด็นจริงก็ไม่อาจทราบได้ แต่เราก็ทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมาการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและการตรวจสอบการ ตรวจสอบเปิดโปงทุจริตคอรัปชั่นก็ถือว่าเป็นบทบาทนึงของหน้าที่สื่อมวลชนที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

แต่หลังจากที่นำเสนอข่าวไปนั้นปรากฏว่ารถผู้สื่อข่าวที่จอดไว้หน้าที่ว่าการอำเภอคลองหลวงกับถูกรอยคล้ายกระสุนเจาะเข้าที่หลังคารถทะลุ อาจเป็นสัญญาณเตือนหรือเป็นการข่มขู่หรือคุกคามสื่อของอิทธิพลมืด วันที่ 26 กรกฎาคม2563 เวลา 09:00 น ผู้สื่อข่าวจึงจะเดินทางไป สภ.คลองหลวงเพื่อ แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและหาที่มาของวิถีกระสุนที่เจาะทะลุรถของสื่อมวลชนที่จอดไว้ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่หน้าที่ว่าการอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี