วันเสาร์ ที่ 19 เดือนกันยายน คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังน้ำเย็น อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

วันที่ 9 กันยายน 2563 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังน้ำเย็น อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ

นำโดย พลโท อำพน ชูประชุม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ พร้อมคณะ เดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อศึกษาดูงานด้านสาธารณสุข การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการดำเนินการตามแนวทางการปฏิรูปด้านระบบบริการปฐมภูมิ โดยมี นายแพทย์อนวัตร รักษ์วรรณวงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางปลาม้า และนายนรินทร์ ศรีรุ่งเรือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังน้ำเย็น ให้การต้อนรับคณะ พร้อมทั้งบรรยายสรุปประเด็นต่าง ๆ ซึ่งการดำเนินงานบริการสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่ตำบลวังน้ำเย็น มีการดูแลประชาชนในพื้นที่ประมาณ 4,056 คน โดยใช้หลักการดูแลสุขภาพด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อมุ่งเน้นให้ประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองเพื่อให้มีสุขภาพดี

โดยการสนับสนุนและส่งเสริมของ รพ.สต. ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หมู่บ้าน และ อสม. เพื่อให้ประชาชนจัดทำโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้โครงการและกิจกรรม 3 อ 2 ส อาทิ อาหาร ที่ควรลดหวาน มัน เค็ม เพื่อป้องกันโรค NCDs การออกกำลังกาย โดยกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจ อารมณ์จิตใจที่แจ่มใส รวมทั้งสุขภาพดีที่ไม่สูบและไม่เสพ ทั้งนี้ การดำเนินงานที่สำคัญ คือ มุ่งเน้นการปลูกฝังเจตคติ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดยให้ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน วัด และโรงเรียนร่วมปฏิบัติ เช่น การกำจัดลูกน้ำ ยุงลายการปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อแบ่งปันกันในชุมนุม การออกกำลังกายร่วมกัน

โดยการดำเนินงานมีความเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลชุมชนทางด้านการให้คำปรึกษาจากแพทย์ พยาบาล เพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยในขั้นต้น การเยี่ยมบ้านเพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และการส่งต่อผู้ป่วยไปในโรงพยาบาล ในด้านการดำเนินงานตามแนวทางการปฏิรูปบริการปฐมภูมิ และพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 โดยโรงพยาบาลบางปลาม้า เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิที่มีเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ เป็น รพ.สต. จำนวน 10 แห่ง รวมทั้งทีมหมอครอบครัวอีก 1 ทีม ซึ่งดำเนินงานร่วมกันเป็นระบบและเครือข่ายได้เป็นอย่างดี

สำหรับปัญหาที่สำคัญ คือ บุคลากรไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน และความเหลื่อมล้ำในด้านค่าตอบแทนและความก้าวหน้า ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ จึงควรมีการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบที่จะส่งเสริมและลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะต่อการปฏิบัติงาน โดยควรมีการนำเทคโนโลยีการสื่อสาร และ Telemedicine มาใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพประชาชนขั้นต้นในพื้นที่ชุมชน จะสามารถลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้มาก รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพ อสม. ให้มีความเข้มแข็งและเป็นกำลังสำคัญของด้านงานสาธารณสุขสุขภาพเพื่อชุมชนต่อไป

ภาพ/ข่าว กฤษรชฏะชญตว์ กฤษพิพัฒนโภคิน ทีมข่าวไทยเกอร์นิวส์ รัฐสภา รายงาน