วันเสาร์ ที่ 19 เดือนกันยายน คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

หมอเจตน์ ลุยเกาะสมุย ฟังผลกระทบระบบสาธารณสุข-ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ช่วงโควิด-19

หมอเจตน์ ลุยเกาะสมุย ฟังผลกระทบระบบสาธารณสุข-ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ช่วงโควิด-19

วันที่ 11 กันยายน 2563 เวลา 08.30 นาฬิกา ณ โรงพยาบาลเกาะสมุย คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข นำโดยนายเจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของโรงพยาบาลเกาะสมุย โดยมี นายแพทย์คำรพ เดชรัตน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย นายอภิเดช พรหมคุ้ม สาธารณสุขอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและบรรยายสรุป เกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ระยะแรก ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนมิถุนายน โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุข เทศบาลนครเกาะสมุย และภาคประชาชน คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจพบผู้ติดเชื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 7 ราย ส่วนคณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ โดยมุ่งเน้นให้เตรียมพร้อมกำหนดมาตรการรับมือหากเกิดการระบาดระลอกที่ 2 ซึ่งทางตัวแทนของโรงพยาบาลเกาะสมุยได้ชี้แจงถึงแนวทางการเฝ้าระวังที่บูรณาการการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลนครและอสม. ในการตั้งจุดคัดกรองทางเข้าออกทุกช่องทางได้แก่ ทางเรือ 7 จุด และสนามบิน 1 จุด พร้อมทั้งสำรองน้ำยาตรวจหาเชื้อจำนวน 2,000 ตัวอย่าง เตรียมพร้อมดำเนินการตามนโยบาย travel bubble ของรัฐบาล เนื่องจากรายได้หลักของเกาะสมุยมาจากการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ

จากนั้น เวลา 13.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการเดินทางเพื่อรับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนางวัลวลี ตันติกาญจน์ นายกสมาคม สปาเกาะสมุย นางชนญทิพย์ ธนภัทรธีรานันท์ อุปนายกสมาคมสปาเกาะสมุย ถึงผลกระทบภาพรวมจากการทำธุรกิจสปา และการนวดเพื่อสุขภาพ ในพื้นที่เกาะสมุย พร้อมทั้งลงพื้นที่พบผู้ประกอบการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งพบว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ผู้ประกอบอาชีพด้านการนวดเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากไม่มีรายได้ ส่วนผู้ประกอบการต้องปรับตัวเปิดกิจการอื่นเสริม เพื่อให้อยู่รอดและสามารถให้ความช่วยเหลือแรงงานได้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้เสนอให้ภาครัฐกำหนดมาตรการการช่วยเหลือเศรษฐกิจจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ให้ครอบคลุมสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เพราะในสถานการณ์ปกติธุรกิจดังกล่าวได้สร้างรายได้ให้ประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล จากศักยภาพของผู้ประกอบการเกาะสมุยที่พัฒนาจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism) เช่น การเยียวยาเบื้องต้นด้วยการกำหนดสิทธิการใช้บริการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ประกันตนตามสิทธิประกันสังคม ปีละ 600-800 บาท เหมือนสิทธิในการทำฟันปีละ 900 บาท หรือการพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นของภาครัฐให้มีความสะดวก เพื่อที่จะไม่ต้องพึ่งพิงการใช้บริการระบบของต่างประเทศที่หักค่าใช้บริการค่อนข้างสูง โดยคณะกรรมาธิการได้รับฟังพร้อมนำเสียงสะท้อนดังกล่าวไปแก้ปัญหาตามกลไกรัฐสภา พร้อมกับให้กำลังใจผู้ประกอบการในการเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยเชื่อว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติจนประเทศไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (medical hub) ตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาลต่อไป

ต่อมา คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปศึกษาดูงาน และรับฟังบรรยายสรุป ณ คลินิกหมอครอบครัว (primary care cluster) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ่อผุด เกี่ยวกับการดำเนินการให้บริการตลอดจนปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ โดยรพ.สต.บ่อผุด มีบุคคลากรจำนวน 9 คน ให้บริการครอบคลุมประชาชนจำนวน 10,000 คน ให้บริการตรวจผู้ป่วยนอก (OPD) เป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวออกตรวจทุกวันจันทร์ พร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทาง เช่น แพทย์ศัลยกรรมทำการตรวจรักษาทุกวันพฤหัสบดี และแพทย์อายุรกรรมอาสาทำการตรวจรักษาทุกวันศุกร์ ในลักษณะคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) โดยปกติมีผู้รับบริการเฉลี่ยต่อวัน 60 คน และเพิ่มขึ้นถึง 200 คนต่อวัน เมื่อให้บริการคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการได้ให้กำลังจากการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากร รพ.สต.บ่อผุด ที่มีภาระงานค่อนข้างมาก และเสนอแนะให้พยาบาลนำเทคโนโลยีสารสนเทศทางสุขภาพ (teleconsult) มาใช้สื่อสารกับแพทย์ควบคู่กันไปกับการให้บริการผู้ป่วยนอก เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและพัฒนาทักษะของบุคลากร

ภาพ/ข่าว กฤษรชฏะชญตว์ กฤษพิพัฒนโภคิน ทีมข่าวไทยเกอร์นิวส์ รัฐสภา รายงาน