Reporter&Thai Army นิตยสารตำรวจ สถานีประชาชน แถลงข่าว

เดินหน้าต่อเพื่อสุขของประชา … โฆษก ทภ.3 เปิดเผย…… การเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 17 จว.ภาคเหนือ พร้อมรุกหนักปราบยาทุกพื้นที่

เดินหน้าต่อเพื่อสุขของประชา … โฆษก ทภ.3 เปิดเผย…… การเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 17 จว.ภาคเหนือ พร้อมรุกหนักปราบยาทุกพื้นที่

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561 พันเอก รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมด้วย พันโท ทรงสิทธิ์ รอดสการ รองโฆษกกองทัพภาคที่ 3 และ ร้อยตรี หญิง ช่อเอื้อง สาสังข์ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวผลการดำเนินงานในภารกิจที่สำคัญของกองทัพภาคที่ 3 โดยมี พลโท ธวัช ศรีสว่าง ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 3 และพันเอก เกียรติศักดิ์ น้ำไชยศรี รองเลขานุการกองทัพบก และคณะ ร่วมรับฟัง
พร้อมกันนี้ พลตรี กฤษฎากรณ์ กรณ์ศิลป ผู้อำนวยการส่วนแผนและปฏิบัติการ ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปณ เดินทางมาพบปะสื่อมวลชนและร่วมเยี่ยมชมการแถลงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของ ทีมโฆษกกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ด้วย ณ อาคารศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีสาระสำคัญดังนี้

 

– การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตามพระราชดำริ

– กองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมกับ ส่วนราชการของจังหวัดตาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ในการปรับปรุงเส้นทางเชื่อมต่อหมู่บ้าน ทำให้การสัญจรทางบกในพื้นที่มีความสะดวกขึ้น โดยอยู่ในกรอบของกฎหมายและไม่ทำลายทรัพยากรป่าไม้ สำหรับการสัญจรทางน้ำ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการกระจายสินค้า และ การเดินทางเพื่อซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน ได้รับความร่วมมือจาก เขื่อนภูมิพล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก ในการจัดสร้างแพขนานยนต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2562- กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ประสานความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยอิสเทิร์นเอเชีย ในการพัฒนาชุมชน ตำบลบ้านนา โดยกำหนดให้บ้านหินลาด เป็นหมู่บ้านต้นแบบ วางแผนดำเนินการเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภค ,ระยะที่ 2 การแก้ไขปัญหาน้ำบริโภค และ การสาธารณสุข ,ระยะที่ 3 การจัดการพื้นที่ทำกิน และ การส่งเสริมอาชีพ ,ระยะที่ 4 การจัดการสิ่งแวดล้อม

– กองทัพภาคที่ 3 โดย มณฑลทหารบกที่ 310 ร่วมกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลของสัญญานโทรศัพท์ในพื้นที่ เพื่อประสานความร่วมมือกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการพิจารณาสนับสนุนการติดตั้งโครงข่ายด้านการติดต่อสื่อสาร เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทันเวลา และเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่
– ด้านการศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2559 กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้จัดสร้างอาคารเรือนนอนนักเรียน ให้กับ โรงเรียนหินลาดนาไฮวิทยาคม ทำให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้เพิ่มขึ้น
– การสร้างเสริมกลุ่มมวลชนเป็นจิตอาสาสร้างสามัคคีปรองดอง ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป จัดการฝึกอบรมวิทยากรชุดขุนด่านเพื่อพัฒนาบุคลากร เป็นวิทยากรต้นแบบ เตรียมความพร้อม และสร้างการเรียนรู้ก่อนเข้าปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมตามแผนงานให้กับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือในปีงบประมาณ 2562 ด้วยรูปแบบการบรรยายประกอบ แสง – สี – เสียง – สื่อซาวด์ – ภาพ และเพลง เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเกิดความรัก ความสามัคคีมีความปรองดอง อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ยอมรับและปฏิบัติตามสัญญาประชาคม

 

 

– การจับกุมยาเสพติด

เหตุการณ์ที่ 1 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 19.30 น. ขณะที่กำลังพลจาก กองกำลังผาเมือง กำลังลาดตระเวนตรวจพื้นที่รับผิดชอบมาถึงบริเวณท่าข้ามเวียงหอม บ.เวียงหอม ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบว่ามีชายไทยคนหนึ่งขับขี่รถยนต์กระบะ ไปจอดที่ใกล้ๆกับท่าข้ามดังกล่าว แล้วมีชายอีกคนหนึ่งทราบภายหลังว่าเป็นชาวเมียนมา ได้นำถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 1 ถุง มาวางไว้ที่กระบะท้ายรถยนต์คันดังกล่าวโดยมีท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเพื่อจะทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบว่า ในถุงที่วางอยู่กระบะท้ายรถยนต์นั้น มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 50 มัดๆละ 2,000 เม็ด รวมเป็นยาบ้าทั้งสิ้น 100,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลางดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เหตุการณ์ที่ 2 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 13.00 น. ขณะที่กำลังพลจาก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 17 กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรแม่พริก ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจ/ จุดสกัด รถยนต์ต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดให้โทษ ในพื้นที่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง พบรถยนต์กระบะ ขับมาตามถนน เจ้าหน้าที่จึงให้ชลอความเร็วรถ แต่ผู้ขับขี่มีท่าทางพิรุธเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียด ปรากฏว่าพบมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 10 กระสอบ รวมเป็นยาบ้าทั้งสิ้น 2,000,000 เม็ด วางอยู่ในกระบะท้ายของรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เหตุการณ์ที่ 3 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 10.30 น. ขณะที่กำลังพลจาก กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกำแพงเพชร กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรคลองขลุง ได้ร่วมกันตั้ง จุดตรวจ/จุดสกัด รถยนต์ต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดให้โทษ อยู่ที่บริเวณ ถนนพหลโยธินกำแพงเพชร-นครสวรรค์ บ.เด่นสะเดา ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร พบว่ามีรถยนต์ขับผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ ปรากฏว่า ผู้ขับขี่รถยนต์ไม่ยอมหยุด แต่กลับเร่งเครื่องยนต์ขับฝ่าจุดตรวจไป เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม โดยระหว่างทางที่ไล่ติดตามนั้นคนในรถยนต์คันดังกล่าวได้โยนกระเป๋า 1 ใบ ทิ้งลงข้างทาง เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้หยุดรถตรวจดูกระเป๋า พบยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ประมาณ 50,000 เม็ด ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับรถยนต์คันดังกล่าวได้ โดยมีผู้ต้องหา จำนวน 4 คน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเหตุการณ์ที่ 4 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 20.30 น. ขณะที่กำลังพลจาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ กองบัญชาการตำรวจปราบปราม ยาเสพติด ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด รถยนต์ต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดให้โทษ อยู่ที่ถนนบริเวณ หน้าวัดเวียงหอม ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบรถยนต์กระบะขับมาตามถนน ตามที่ได้รับข้อมูลด้านการข่าว เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถ แล้วทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบ ยาเสพติดให้โทษ ประเภทไอซ์ จำนวน 15

กระสอบ (ประมาณ 300 กิโลกรัม) และยาเสพติดให้โทษ ประเภทเฮโรอีน จำนวน 4 กระสอบ (ประมาณ 70 กิโลกรัม) วางอยู่ในกระบะท้ายของรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลางดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ที่ 5 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่กำลังพลจาก กองพลทหารม้าที่ 2 และ กองร้อยทหารพรานที่ 3101 กองกำลังผาเมือง ได้ร่วมกันออกตรวจตามเส้นทางที่มาจากแนวชายแดนมุ่งเข้าสู่อำเภอเมืองเชียงราย ตามที่ได้รับข้อมูลงานด้านการข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ได้พบรถยนต์กระบะและรถยนต์นั่งเอนกประสงค์ จำนวน 2 คัน ขับตามกันมามีลักษณะเป็นพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ ปรากฏว่า ผู้ขับขี่รถยนต์ทั้ง 2 คัน ไม่ยอมหยุด แต่กลับเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามไปจนพบรถยนต์ดังกล่าวจอดทิ้งไว้ใกล้กับโบราณสถานพระเจ้ากือนา บ.ไตรแก้ว ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ส่วนผู้ขับขี่ได้วิ่งแยกย้ายกันหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน ดังกล่าวพบ ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 88 กระสอบ รวมเป็นยาบ้าทั้งสิ้น 18,760,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมทั้งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

– การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตร เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ในพื้นที่ กองกำลังนเรศวร ห้วงวันที่ 10 – 14 ธันวาคม 2561 มีรายละเอียดการจับกุมสินค้าลักลอบหนีภาษี ที่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำเมย และด่านจุดตรวจห้วยหินฝน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีสินค้าผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท