วันจันทร์ ที่ 13 เดือนกรกฎาคม คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

สงขลา-รู้ตัวแล้วแม่ทารกที่ถุกนำมาทิ้งบ่อขยะ ที่แท้คลอดก่อนกำหนดแต่ตกใจลูกคลอดมาไม่มีลมหายใจกลัวความผิดไม่กล้าแจ้งเจ้าหน้าที่เลยนำศพทารกมาทิ้ง

สงขลา-รู้ตัวแล้วแม่ทารกที่ถุกนำมาทิ้งบ่อขยะ ที่แท้คลอดก่อนกำหนดแต่ตกใจลูกคลอดมาไม่มีลมหายใจกลัวความผิดไม่กล้าแจ้งเจ้าหน้าที่เลยนำศพทารกมาทิ้ง

รู้ตัวแม่ทารกที่ถูกทิ้งบ่อขยะแล้วเป็นลูกของหญิงสาวชาวเมียนมาอายุ30 ปี ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานไม่ไกลจากบ่อขยะ ตำรวจนำตัวมาสอบอ้างว่าเจ็บท้องกะทันหันและคลอดออกมาในบ้านพักคนงาน แต่เด็กไม่ร้องและไม่ดิ้นคลอดออกมาตาย ตกใจกลัวจึงห่อด้วยผ้านำมาทิ้งในถังขยะภายในโรงงาน ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใดๆรอผลการชันสูตรจากแพทย์ศพว่าตายในท้องหรือหลังคลอดออกมา

จากกรณีพบศพเด็กทารกถูกนำใส่ถุงพลาสติกมาทิ้งไว้ที่บ่อขยะของเทศบาลเมืองควนลัง ในพื้นที่หมู่1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเป็นทารกเป็นชายแรกคลอดอายุประมาณ7 เดือนยังมีสายสะดือและรกติดอยู่ และจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่เก็บขยะของเทศบาลเมืองควนลังทราบว่าถุงขยะใบนี้เก็บมาจากในโรงงานแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ่อขยะ
ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวนสภ.หาดใหญ่พร้อมหน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองควนลัง ได้เข้าไปตรวจสอบภายที่บ้านพักคนงานซึ่งอยู่ภายในโรงงานแห่งนี้ ก็รู้ตัวผู้ที่เป็นแม่เด็กแล้วทราบชื่อ นางKAY THI OO อายุ30 ปี ชาวเมียนมาและจากการสอบถามก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นแม่ของทารกคนนี้จริงและเป็นคนที่นำศพไปทิ้งถังขยะ จากการตรวจสอบภายในห้องพักยังพบผ้านวมเปื้อนเลือดจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและนำตัวไปสอบสวนที่สภ.หาดใหญ่ พร้อมกับผู้เป็นพ่อซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกัน
โดย นางKAY THI OO อายุ30 ปี เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 4 โมงเย็นเมื่อวานนี้ได้เจ็บท้องคลอดกระทันหันและคลอดลูกออกมาที่ห้องพักซึ่งช่วงเกิดเหตุอยู่คนเดียว แต่หลังคลอดออกมาเด็กนอนแน่นิ่งไม่มีเสียงร้องและพบว่าเสียชีวิตจกตกใจและกลัวทำอะไรไม่ถูกและนำร่างเด็กห่อผ้านำมาทิ้งในถังขยะภายในโรงงาน 

ด้าน ร.ต.อ.วัลลภ สุภาไชยกิจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ในทางคดีต้องรอผลการชันสูตรศพจากแพทย์ว่าเด็กเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้องหรือเสียชีวิตหลังจากที่คลอดออกมาแล้ว ขณะเพียงแต่เรียกตัวมาสอบสวนในรายละเอียดยังไม่แจ้งข้อหาหรือเอาผิดใดๆ และเจ้าหน้าที่ไม่ได้ควบคุมตัวแต่อย่างใดโดยให้นายจ้างมารับตัวกลับไปและรอจนกว่าผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของแพทย์จะออกมาซึ่งต้องใช้เวลาราว2 อาทิตย์
และจากการสอบถามผ่านล่ามทราบว่า นางKAY THI OO อายุ30 ปี มีสามีเป็นชาวเมียนมาซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกันแต่แยกกันอยู่ และมีลูกมาแล้ว1 คนอายุ9 ปีอยู่ที่เมียนมา ลูกคนนี้เป็นคนที่2

ภาพ/ข่าว มณีรัตน์ แก้ววิเชียร ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา