สงขลา/ ผบ.ฉก.ร.5 แถลงข่าวจับกุมสิ่งผิดกฏหมายทุกประเภทตามแนวชายแดนไทยมาเลเซียหลังเปิดยุทธการปราบปรามต่อเนื่องมา2 เดือนตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนจับกุมผู้กระทำผิดได้110 คดีผู้ต้องหา157 ราย ทั้งยาเสพติดสินค้าหนีภาษี ลักลอบเข้าเมือง การลักลอบตัวไม้ รถรับจ้างป้ายดำยึดของกลางได้8 ล้านบาท

สงขลา/ ผบ.ฉก.ร.5 แถลงข่าวจับกุมสิ่งผิดกฏหมายทุกประเภทตามแนวชายแดนไทยมาเลเซียหลังเปิดยุทธการปราบปรามต่อเนื่องมา2 เดือนตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนจับกุมผู้กระทำผิดได้110 คดีผู้ต้องหา157 ราย ทั้งยาเสพติดสินค้าหนีภาษี ลักลอบเข้าเมือง การลักลอบตัวไม้ รถรับจ้างป้ายดำยึดของกลางได้8 ล้านบาท

กองกำลังเทพสตรีโดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ซึ่งเป็นหน่วยป้องกันชายแดน รับผิดชอบพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย แถลงผลการปราบปรามสิ่งผิดกฏหมายทุกชนิดตลอดแนวชายแดนไทยมาเลเซีย
หลังเปิดแผนยุทธการกวาดล้างร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วง2 เดือนตั้งแต่วันที่1 ตุลาคมถึง30พฤศจิกายนที่ผ่านมา สามารถจับกุมการกระทำผิดกฎหมาย จำนวน 110 คดีผู้ต้องหา 157 ราย ทั้งยาเสพติด ซึ่งจับกุมได้66 ผู้ต้องหา 72 ราย ของกลาง ยาบ้า 3,588 เม็ด, ไอซ์ 3.09 กรัม ใบพืชกระท่อมกว่า 6,078 กิโลกรัม พร้อมกัญชา น้ำต้มใบชกระท่อมและและยาแก้ไอ 755 ขวดส่วนที่เหลือเป็นการลักลอบนำเข้าสินค้าหลบเลี่ยงภาษีทั้งน้ำมันสุราบุหรี่ น้ำมันปาล์ม กระเทียม หอมใหญ่หอมแดง นมข้นหวานและน้ำตาลทราย
รวมทั้งจับกุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน แรงงานต่างด้าวทั้งชาวพม่า มาเลเซียกัมพูชาและโคลัมเบียที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และการจับกุมลักลอบตัดไม้ทำลายป่า รถรับจ้างแท๊กซี่ป้ายดำผิดกฎหมาย และคดีที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ผิดตามรวมมูลค่าของกลางที่ยึดได้จากการกระทำผิดทุกประเภท จำนวน 8 ล้านบาท
พันเอกวรเดช เดชรักษา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารที่ 5เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 จะดำเนินการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซียทุกประเภทอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาในประเทศและสร้างความเสียหายในภาพรวมของเศรษฐกิจ

ภาพ/ข่าว มณีรัตน์ แก้ววิเชียร ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา