ทหาร ฉก.ม.2 ร่วม บก.ปส.3 ตร.ภาค 5 นขร.เขตเขียงราย ยึดยานรกกว่า 6.1 ล้านเม็ด คนขนต่อสู้ดับ 1 ศพ….

ทหาร ฉก.ม.2 ร่วม บก.ปส.3 ตร.ภาค 5 นขร.เขตเขียงราย ยึดยานรกกว่า 6.1 ล้านเม็ด คนขนต่อสู้ดับ 1 ศพ….

ตามแผนบูรณาการความร่วมมือในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ ภาคเหนือ ในระยะเวลา 3 เดือน ( พฤศจิกายน 2561 – มกราคม 2562) ตามนโยบายรัฐบาล โดยมี กองทัพภาคที่ 3, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, สำนักงานคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 นั้น

 

แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายแบ่งงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 หน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยในส่วนของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดให้ดำเนินการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน และกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด โดยให้มุ่งเน้นเครือข่ายรายสำคัญ และบุคคลที่หลบหนีหมายจับคดียาเสพติด อีกทั้งให้เน้นการขยายผลตรวจยึดทรัพย์สิน สำหรับคดีนี้ กองทัพภาคที่ 3 ร่วมได้รับแจ้งข้อมูลผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องลักษณะเป็นผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เครือข่าย ชื่อนาย เอกพงษ์ พากิจอุดม และ นาย อนุชา พากิจอุดม กับกลุ่มชาติพันธ์ บ้านกิ่วกาจน์ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยใช้พาหนะเป็นรถยนต์ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทรตัน สีเทา ทะเบียน ผก 1675 เชียงราย จากการสืบสวนติดตามเครือข่ายดังกล่าว พบว่า กลุ่มเป้าหมายมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายและลำเลียงยาเสพติดส่งมอบในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย ตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายเอกพงษ์ พากิจอุดม และนาย อนุชา พากิจอุดม กับพวกมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบลำเลียงยาเสพติดที่มีการจับกุมหลายดคี โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 นายเอกพงษ์ พากิจอุดม และนายอนุชา พากิจอุดม ได้ถูกนำตัวไปสอบสวนจากการจับกุมในคดีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติด ประมาณ 3,900,000 ล้านเม็ด พื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกับ ชุดสืบสวนจับกุม จึงได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

กระทั่ง ในวันที่ 3 – 4 ธันวาคม 2561 กลุ่มเป้าหมายมีพฤติการณ์ที่คาดว่าน่าจะทำการลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมจึงได้ติดตามพฤติการณ์ โดยแบ่งมอบหน้าที่ให้ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 /สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 (ปปส.ภาค 5) รับผิดชอบเส้นทางเชียงแสน – เชียงของ / หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง บริเวณเส้นทางดอยหลวง – เวียงเชียงรุ้ง และ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย รับผิดชอบตามแนวลำน้ำโขง เขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

 

กระทั่งเวลา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์กระบะ ผก 1675 เชียงราย และเป็นรถในเครือข่ายนายเอกพงษ์ พากิจอุดม และนายอนุชา พากิจอุดม เครือข่ายที่เคยร่วมกันสืบสวนมาก่อน โดยขับวนในพื้นที่ อำเภอเชียงแสน และ อำเภอเชียงของ ในยามวิกาลอย่างน่าผิดสังเกต และพบว่านายอนุชา พากิจอุดม ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว บรรทุกสิ่งของต้องสงสัยมาเต็มท้ายกระบะ มีรถจักรยานยนต์ขับนำทาง มีชาย ประมาณ 3 คน นั่งอยู่บนรถยนต์คันดังกล่าว และ อีก 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ทหารและชุดสืบสวน จึงได้จัดกำลังออกติดตามและส่งสัญญาณเรียกให้รถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่นาย อนุชา พากิจอุดม ได้ขับรถยนต์พยายามหลบหนีและยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าทำการจับกุมนาย อนุชา พากิจอุดม แต่นายอนุชา พากิจอุดม ได้ต่อสู้ขัดขวางและพยายามสังหารเจ้าพนักงาน จึงเป็นเหตุให้นาย อนุชา พากิจอุดม ถูกยิงเสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลหนองป่าก่อ ถนน เส้นระหว่างอำเภอดอยหล่อ – อำเภอเชียงแสน ทางหลวงชนบทหมายเลข 1271 หมู่ 3 ตำบลหนองป่าก่อ อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย จากการตรวจค้นรถยนต์ พบยาเสพติดให้โทษประเภท ( ยาบ้า ) จำนวน 30 เป้ ประมาณ 6,100,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว พร้อมของกลางอื่นๆ เพื่อทำการขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป