รอง ผบ.ตร. ร่วมการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดแพร่ แถลงผลการจับกุมยาเสพติด ‘เจ้หลินสารภี’ คาด่านห้วยไร่พร้อมยึดทรัพย์ พร้อมรวบ 4 ผู้ต้องหา ซุกยารถกระบะ หละง ม.แม่โจ้

รอง ผบ.ตร. ร่วมการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดแพร่ แถลงผลการจับกุมยาเสพติด ‘เจ้หลินสารภี’ คาด่านห้วยไร่พร้อมยึดทรัพย์ พร้อมรวบ 4 ผู้ต้องหา ซุกยารถกระบะ หละง ม.แม่โจ้

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.). พลตำรวจโท มนตรี สัมบุณณานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พันเอก ทรงยศ ทองก้อน ผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดแพร่ ,พันเอก เกียรติอุดม นาดี ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 12 กองพลทหารม้าที่ 1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร, ปปส.ภาค 5, ฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงผลจับกุมยาเสพติด 2 คดีสำคัญ พร้อมลุยใช้ พรบ.มาตราการทำการยึดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในจังหวัดเชียงใหม่ โดยคดีแรกสามารถจับกุมตัว นางสาวกัลป์ยกร สิริภัทรสมบูรณ์หรือเจ้หลินสารภี สิริภัทรสมบูรณ์ อายุ 34 ปีอยู่บ้านเลขที่ 99/4 หมู่ 5 ตำบลดอนแก้ว อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 1,642,766 เม็ด ยาไอซ์ 10 กิโลกรัม รถตู้ฮุนได เอชวัน สีดำ ทะเบียน นง 8889 เชียงใหม่ เงินสด 6,000 บาท อาวุธปืน 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 10 นัด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง นำตัวส่งดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย

สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ธันวาคม 2561 เจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารม้าที่ 12 กองพลทหารม้าที่ 1 ตำรวจสถานีตำรวจภูธรห้วยไร่ ด่านตรวจสกัดกั้นบ้านห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอเด่นชัย ได้ทำการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดกั้นเพื่อตรวจสอบยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายที่บริเวณด่านตรวจประจำบ้านห้วยไร่ ต่อมาได้มี นางสาวกัลป์ยกร สิริภัทรสมบูรณ์ ขับรถตู้ฮุนได รุ่นเอชวัน สีดำ ผ่านจุดตรวจบ้านห้วยไร่ ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงสัญญาณขอตรวจค้น โดย นางสาวกัลป์ยกร สิริภัทรสมบูรณ์ ได้เปิดกระจกและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ท่าทีมีพิรุธได้ จึงขอตรวจค้นโดยละเอียด พบยาบ้าและยาไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ภายในเบาะที่นั่ง จึงจับกุมตัวไว้ จากนั้น ได้ใช้ พ.ร.บ.มาตราการทำการยึดทรัพย์ของผู้ต้องหา ประกอบด้วย บ้านหรูสองชั้น เลขที่ 138 หมู่ 6 บ้านกู่แดง ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ต้องหา นอกจากนี้ยังทำการยึดบ้านอีกหลังในหมู่บ้านใกล้เคียง เป็นอาคารชุดในเมืองเชียงใหม่ และกิจการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมในพื้นที่ อำเภอดอยสะเก็ด ที่ดินเปล่าในพื้นที่ อำเภอสารภี 2 แปลง โฉนดที่ดิน อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เนื้อที่ 5 ไร่, รถยนต์ จำนวน 4 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้จำนวนกว่า 28 ล้านบาท

สำหรับ นางสาวกัลป์ยกร สิริภัทรสมบูรณ์ หรือ เจ้หลินสารภี เป็นทั้งนายทุนค้ายาเสพติด และเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติดด้วยตนเอง เคยทำมาหลายปีแล้ว โดยเริ่มทำตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันจนมีฐานะร่ำรวย โดยไม่มีทีมงาน เพราะกลัวข่าวรั่ว วิธีการทำงานจะสายตรงกับโรงงานผลิตยา นำรถขนยาที่มีการดัดแปลงไว้ มีการนำส่งยาจากชายแดนเข้ามาให้บริเวณพื้นที่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และ นางสาวกัลป์ยกร ก็จะเดินทางไปรับยาเสพติดด้วยตนเอง แล้วขนไปส่งให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ภาคกลางด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ในส่วนตัวของ นางสาวกัลป์ยกร ชอบทำตัวเป็นนักบุญ เป็นผุู้ใจบุญใจกุศลมาก โดยก่อนหน้านี้ก็เคยเปิดสนามฟุตบอลหญ้าเทียม จำนวน 2 สนาม ขนาดใหญ่ มีโครงการกีฬาต้านยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ดึงเยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติด และยังเคยรับอุปการะเด็กป่วยโรคสมองที่ไม่มีเงินผ่าตัด ก็ออกเงินให้กับเด็กยากจนทั้งหมด และยังช่วยเหลือการกุศลอื่นๆ อีกมากมาย จนถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการกุศลอย่างมาก

ส่วนคดีที่ 2 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2561 เวลา 22.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ โดย ชุดปฏิบัติการข่าว สนธิกำลัง ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 , สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 (ปปส.ภ.5) , เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติด จึงได้ทำการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดบริเวณถนนคันคลองชลประทานในหมู่บ้านหลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บ้านหนองหลวง ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้อ Ford หมายเลขทะเบียน บษ 2603 ลำปาง จึงขอเข้าตรวจค้น พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า ซุกซ่อนอยู่ในถุงกระสอบเบาะนั่งด้านหลังคนขับ จำนวน 300,000 เม็ด และ จับกุมผู้ต้องหา 4 คน ได้แก่ นายสิทธิพงษ์ คชสาร อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 39/1 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และ นางสาว ดลยา กองศรีกุลดิลก อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 112 หมู่ 13 ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง และเยาวชนชาย อายุ 14 ปี พร้อมกับเยาวชนหญิง อายุ 12 ปี เจ้าหน้าที่จึงส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ยาเสพติตล๊อตที่จับได้ 1.6 ล้านเม็ด เป็นของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มว้าใต้ ของตระกูลเหว่ย มีฐานการผลิตยาเสพติดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยห้วงปีนี้ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถยึดยาบ้าได้ทั้งหมดรวม 69 ล้านเม็ด ซึ่งนโยบายจากนี้ก็จะเข้มข้นขึ้นจากเดิม ทางทหาร มีการวางแผนร่วมตำรวจ ฝ่ายปกครอง ปฏิบัติการเชิงรุก ทั้งการสกัดกั้นตามแนวชายแดน และหากเล็ดลอดเข้ามาก็ต้องสกัดกั้นให้ได้ในพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับผู้ต้องหาที่เราจับกุมได้ทั้งสองคดีก็จะมีการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ผู้เกี่ยวข้องรวมถึงขยายผลยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาซึ่งเท่าที่ทราบที่ยึดในวันนี้เป็นแค่ส่วนน้อย ยังมีทรัพย์สินอีกมากที่ซุกซ่อนไว้