น้ำท่วมทรงตัวชาวบ้านเริ่มปรับตัวชินกับใช้ชีวิต แต่ อส.ยังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นราธิวาส/ภาพ/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

น้ำท่วมทรงตัวชาวบ้านเริ่มปรับตัวชินกับใช้ชีวิต แต่ อส.ยังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า ล่าสุดยังคงมีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีปริมาณฝนตกหนักสุดในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส วัดได้ 84.9 ม.ม. รองลงมาในพื้นที่ อ.ตากใบ วัดปริมาณน้ำฝนได้ 53.7 ม.ม. ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ที่ล้นตลิ่งและได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่ปลูกสร้างอยู่ที่ราบลุ่มริมตลิ่ง ของชุมชนท่าประปา เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 15 ครัวเรือน และเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของทุกปี และน้ำได้ท่วมขังมาแล้ว 5 วัน โดยม

ีปริมาณน้ำท่วมชังโดยภาพรวมสูงเฉลี่ย 30 ถึง 50 ซ.ม. ซึ่งถือว่าอยู่ในปริมาณที่ทรงตัว ทำให้ประชาชนเริ่มปรับตัวชินกับการใช้ชีวิตในประจำวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะขยับขยายและอพยพข้าวของสัมภาระที่จำเป็น หนีระดับน้ำท่วมขังไปอาศัยอยู่ชั้นที่ 2 และปิดประตูบ้านเงียบ เพื่อป้องกันสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยที่ลอยมากับกระแสน้ำ ที่อาจจะไหลเข้าไปในบ้านพัก เมื่อสถานการณ์สภาวะน้ำท่วมคลี่คลายจะยากต่อการเก็บกวาด ส่วนสัตว์เลี้ยง จำพวก แพะ แกะของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ ก็จะหนีระดับน้ำท่วมขังไปอาศัยอยู่ตามศาลาที่พัก และเนินสูงของชุมชน

แต่ถึงอย่างไรก็ตามจากสภาวะฝนตกและน้ำท่วมขังในครั้งนี้ นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก ได้เปิดจุดบริการจิตอาสาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ชุมชนท่าประปา พร้อมจัดกำลังกองอาสารักษาดินแดน อ.สุไหงโก-ลก เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องสถานการณ์ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ จากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำป่าในพื้นที่ อ.สุคิริน หากอิ่มตัวก็จะไหลทะลักลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลก อย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ชุมชนท่าประปา มีสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและได้รับความเดือดร้อนขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที