อธิบดีกรมการจัดหางาน ประชุมทบทวนมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด – 19 สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน

อธิบดีกรมการจัดหางาน ประชุมทบทวนมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด – 19 สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน

อธิบดีกรมการจัดหางาน ประชุมทบทวนมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด – 19 สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน

วันที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 09.00น. นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นประธานการประชุมทบทวนมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน โดยมี นางสาวอรัญญา สกุลโกศล นายกสมาคมจัดหางานไทยไปต่างประเทศ เข้าร่วมในครั้งนี้ เพื่อพิจารณาการกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการตรวจสอบการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการกักตัวเมื่อเดินทางไปถึงไต้หวันจากคนงาน ณ ห้องประชุม ชั้น 7 อาคาสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 กระทรวงแรงงาน
นายสุชาติ กล่าวว่า ไต้หวันถือได้ว่าเป็นตลาดแรงงานต่างประเทศที่สำคัญ และเป็นที่นิยมของแรงงานไทยมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลไต้หวันยังได้กำหนดมาตรการอย่างเท่าทันเพื่อป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเข้มงวดและผ่อนปรนมาเป็นระยะนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ซึ่งกรมการจัดหางานได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และมีหนังสือแจ้งผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศมาโดยตลอด กระทั่งปัจจุบันทางการไต้หวันได้มีการปรับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งมีผลกระทบทั้งต่อตัวแรงาน สถานประกอบการ และบริษัทจัดหางานทั้งฝ่ายไทยและไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากมาตรการที่ทางการไต้หวันกำหนด เช่น การจัดสถานที่กักกัน การตรวจหาเชื้อก่อนเดินทางและเมื่อเดินทางถึงไต้หวัน ดังนั้น การประชุมในวันนี้จึงได้เชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามารับทราบ เพื่อให้เข้าใจถูกต้องตรงกันทุกฝ่าย รวมถึงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ซึ่งจะเป็นเหตุให้มีการประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสม และไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เกิดข้อร้องทุกข์ ร้องเรียนจากคนหางาน จนถึงขั้นการลงโทษต่อผู้กระทำผิดดังกล่าว
ด้าน นางสาวอรัญญา สกุลโกศล นายกสมาคมจัดหางานไทยไปต่างประเทศ กล่าวว่า ตามกฎหมายแรงงานของประเทศไต้หวัน นายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในช่วงกักตัว 14 วันของแรงงานไทยเมื่อไปถึงประเทศไต้หวัน แต่ก็ยังมีนายจ้างบางรายที่ผลักภาระมาให้กับเอเย่นต์ และเอเย่นต์ก็ผลักภาระต่อมาให้กับบริษัทจัดหางานในประเทศไทย จึงทำให้บริษัทจัดหางานในประเทศไทยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในช่วงเก็บตัวเพิ่มขึ้น เป็นจำนวน 10,000 – 20,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสมาคมก็ได้จัดประชุมและกำชับกับทางบริษัทจัดหางานไปแล้วว่าให้ทางนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะไม่อยากให้มาเรียกเก็บเพิ่มจากคนงาน ทั้งนี้ นายกสมาคมยังเสนอแนวคิดให้ทางรัฐบาลไปเปิดตลาดแรงงานไทยที่เกาหลีของโควต้าในการเข้าไปทำงานอย่างถูกกฎหมายจำนวน 100,000ตำแหน่ง เพื่อให้บริษัทเอกชนได้ส่งแรงงานไปด้วยและเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับแรงงานไทยอีกด้วย

%d bloggers like this: