วันจันทร์ ที่ 26 เดือนกรกฎาคม คศ.2021
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

ศรีสะเกษ !! ผู้ใหญ่บ้านเจี่ยสุดทนนำชาวบ้านขวางรถบรรทุก 18 ล้อบรรทุกทรายวิ่งตลอดวันคืนทำถนนพังยับเยิน ประกาศเตรียมย้ายบ้านหนีรถบรรทุกทรายของผู้มีอิทธิพล ร้องเรียนไปหลายส่วนราชการแล้วแต่เรื่องเงียบหาย วอนผู้มีอำนาจในแผ่นดินนี้มาช่วยเหลือชาวบ้านด้วย

ศรีสะเกษ !! ผู้ใหญ่บ้านเจี่ยสุดทนนำชาวบ้านขวางรถบรรทุก 18 ล้อบรรทุกทรายวิ่งตลอดวันคืนทำถนนพังยับเยิน ประกาศเตรียมย้ายบ้านหนีรถบรรทุกทรายของผู้มีอิทธิพล ร้องเรียนไปหลายส่วนราชการแล้วแต่เรื่องเงียบหาย วอนผู้มีอำนาจในแผ่นดินนี้มาช่วยเหลือชาวบ้านด้วย

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ก.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนกลางหมู่บ้านเจี่ย ต.ทาม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายสุพร สมภาวะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านเจี่ย พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านเจี่ยประกอบด้วย นายนิเทพ ศิริกุล อายุ 57 ปี นางจันทร์ทิพย์ เบ้าทอง อายุ 62 ปี นางเรณู ศิริกุล อายุ 60 ปี นางพินิจ ศิริกุล อายุ 49 ปี และชาวบ้านกว่า 10 คน ได้ร่วมกันร้องทุกข์กับสื่อมวลชนทุกแขนงว่า ขณะนี้ชาวบ้านเจี่ย ประมาณ 500 หลังคาเรือน กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการที่มีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกทรายวิ่งผ่านเข้ามาในหมู่บ้านเจี่ย โดยรถบรรทุกทรายทุกคันจะบรรทุกทรายหนักมากและวิ่งรถบรรทุกทรายต่อเนื่องกันตลอดเวลา ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 – 22.00 น. ทุกวัน ทำให้ถนนลาดยางภายในหมู่บ้านพังเสียหายเละกลายเป็นดินโคลน ฝุ่นจากทรายที่รถบรรทุกมากระจายฟุ้งตามถนนและกระจายเข้าไปในบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ตาม 2 ข้างทาง ซึ่งปรากฏว่า ขณะที่ชาวบ้านกำลังร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวอยู่นั้น ได้มีรถพ่วงบรรทุกทรายผ่านเข้ามาต่อเนื่องตลอดเวลา น้ำหนักรถและทรายที่บรรทุกมาทำให้ถนนแตกเละเห็นได้อย่างชัดเจนมาก ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้สะดวกเหมือนเช่นเคย

นางจันทร์ทิพย์ เบ้าทอง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 203 หมู่ 2 บ้านเจี่ย กล่าวด้วยความคับแค้นใจว่า ขณะนี้พวกตนชาวบ้านเจี่ยเดือดร้อนมากเนื่องจากว่ารถบรรทุก 18 ล้อวันหนึ่ง ๆ วิ่งต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่า 20 – 30 คัน บ้านพวกเราที่อยู่ริมข้างถนนโดนฝุ่นทรายกระจายเต็มบ้าน ไม่สามารถที่จะนั่งพักผ่อนภายในบ้านของตนเองได้เพราะรถบรรทุกทรายของผู้มีอิทธิพลวิ่งผ่านตลอดเวลาคนป่วยก็เดือดร้อนคนแก่ก็ไม่สามารถที่จะอยู่บ้านได้ แถมเวลาวิ่งรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกทรายก็วิ่งไม่เป็นเวลา จะวิ่งบรรทุกทรายตลอดเวลาตั้งแต่ตีสี่ถึงสี่ทุ่มทุกวัน ตอนเช้าเด็กไปโรงเรียน ตอนบ่ายเด็กเลิกโรงเรียนก็วิ่ง จนหวั่นเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายกับเด็กนักเรียนและชาวบ้านทั่วไป ทำให้ชาวบ้านทุกคนได้รับความเดือดร้อนมาก กว่า 3 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ทำให้ถนนหนทางที่เป็นถนนลาดยางพังยับเยินจนกลายเป็นถนนดินโคลน ซึ่งปีนี้ถนนพังหนักมากเพราะรถบรรทุกหนักมากทำให้ถนนพังมากกว่าเดิม ชาวบ้านที่ใช้รถจักรยานยนต์และรถจักรยานสัญจรไปมาไม่สะดวกเพราะถนนพังมากจากถนนลาดยางต้องกลายเป็นถนนดินโคลน ตนและชาวบ้านเจี่ยทุกคนขอกราบเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โปรดสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงมาแก้ไขปัญหานี้ช่วยชาวบ้านโดยด่วนด้วย
นายนิเทพ ศิริกุล อายุ 57 ปี กล่าวว่า ตนอยากให้เจ้าของบ่อทรายที่มีอยู่สองสามแห่งทำถนนสายใหม่ไม่ต้องนำรถวิ่งผ่านกลางหมู่บ้าน เพราะว่าทำให้ถนนที่ทางราชการสร้างขึ้นมาให้ชาวบ้านสัญจรไปมาพังเสียหายยับเยิน การทำธุรกิจบ่อทรายเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนบุคคลแต่ให้รถบรรทุกทรายวิ่งผ่านบ้านเรือนของชาวบ้านถนนในหมู่บ้านพังเสียหายอาจจะเกิดอันตรายกับบุตรหลานของชาวบ้านที่วิ่งเล่นอยู่กลางถนนหรือเด็กนักเรียนที่ไปโรงเรียนได้รับอันตรายได้ เพราะรถบรรทุกทรายจะวิ่งเร็วมาก กระบะบรรทุกทรายก็ไม่มีสิ่งใดปกคลุมทำให้ทรายร่วงหล่นลงบนถนนฝุ่นกระจายคลุ้งเข้าไปในบ้านเรือนของชาวบ้านเป็นอย่างนี้มานานหลายปีแล้ว ชาวบ้านเคยร้องทุกข์ไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลายแห่งแต่เรื่องเงียบหายไป คาดว่าอาจจะเกรงกลัวอิทธิพลของบ่อทรายซึ่งทราบว่าเป็นของผู้มีอิทธิพลใหญ่มาก จึงสามารถทำธุรกิจที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านได้มากมายถึงขนาดนี้

นายนิพนธ์ สุขเสมอ อายุ 58 ปี กล่าวว่า ถนนสายนี้พังเสียหายมากตอนช่วงที่เขาเปิดบ่อทรายมาได้ประมาณเดือนเศษ ทั้งนี้เนื่องจากว่ารถบรรทุก 18 ล้อขนทรายวิ่งตลอดเวลา รถพ่วงบรรทุกทรายจะวิ่งเข้ามาครั้งละกว่า 10 คันวิ่งตามหลังกันมาบรรทุกทรายหนัก ๆ แทนที่จะเว้นระยะห่างกันบ้าง รถจะวิ่งบรรทุกทรายหนัก ๆ ต่อกันมาครั้งละ 8 – 10 คันทำให้ถนนไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จึงทำให้พังเสียหายยับเยินเละเทะ ตนอยากย้ายบ้านออกไปจากถนนสายนี้แล้วเพราะว่าได้รับความเดือดร้อนจากการวิ่งของรถบรรทุกทรายมานานแล้ว

นายสุพร สมภาวะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านเจี่ย กล่าวว่า ขั้นตอนการขออนุญาตท่าทรายต้องขอเส้นทางวิ่งบรรทุกทรายที่ชัดเจน จะต้องได้รับอนุญาตจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบเสียก่อนว่าได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ นี่คือหลักความจริงและตามข้อเท็จจริงแล้วเขาไปขออนุญาตดูดทรายและขนทรายตอนไหนก็ไม่ทราบ หรือว่าขอให้รถบรรทุกทรายวิ่งไปเส้นทางใดตนเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ทราบ ชาวบ้านอยากรู้ว่าผู้ให้อนุญาตสัมปทานบ่อทรายในครั้งนี้ เขาใช้เส้นทางเส้นใดในการวิ่งบรรทุกทรายซึ่งตนและชาวบ้านเจี่ยทุกคนไม่ได้อนุญาตให้รถบรรทุกทรายวิ่งเส้นทางที่ผ่านกลางหมู่บ้านนี้ ไม่เคยขออนุญาตจากเรามีแต่ทำเองตอนนี้ตนและชาวบ้านทุกคนไม่ทราบว่าจะต้องพึ่งใครได้ ถนนสายนี้ตนไม่อยากให้ทำหรือซ่อมอีกต่อไปแล้ว ทำไปแล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณของแผ่นดินทำไปเพื่อให้รถบรรทุกทรายวิ่งทำให้ถนนพังอยู่ตลอดปีนี้ซ่อมถนนไปแล้วกว่า 10 รอบไม่รู้ว่าเงินกี่ร้อยล้านบาทที่ต้องนำเอามาใช้ซ่อมถนนสายนี้ เพราะทำถนนพังแล้วก็ใช้ถนนวิ่งบรรทุกทรายเพียงอย่างเดียวชาวบ้านแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์จากถนนสายนี้ ตนจึงขอฝากถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจทุกท่านว่าขอให้ช่วยเข้ามาดูแลและช่วยเป็นหูเป็นตาให้พวกเราว่าการขออนุญาตดูดทรายที่คณะกรรมการให้ดูดทรายนั้น ได้ทำประชาคมหมู่บ้านหรือประชาคมชาวบ้านถูกต้องหรือไม่ในการขอลำเลียงทราย เพราะขั้นตอนในการขอดูดทรายจะต้องมีการขอลำเลียงทรายในเส้นทางที่ถูกต้องชัดเจน จะไม่เหมือนกับการขอสัมปทานอย่างอื่นเพราะว่าทรายเป็นทรัพยากรของแผ่นดินที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ คุณมีสิทธิ์สัมปทานได้แต่จะต้องไม่ให้มีผลกระทบกับชาวบ้านทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน นี่คือสิ่งที่ตนอยากขอฝากไปถึงผู้มีอำนาจทุกท่านให้มาช่วยดูแลข้อเท็จจริงให้กับชาวบ้านด้วย และหาทางออกให้กับชาวบ้านเจี่ยและหมู่บ้านใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากรถบรรทุกทรายของผู้มีอิทธิพลในครั้งนี้โดยด่วนด้วย

************
ข่าว/ภาพ…… บุญทัน ธุศรีวรรณ ศรีสะเกษ

%d bloggers like this: