วันพฤหัสบดี ที่ 23 เดือนกันยายน คศ.2021
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

(มีคลิป) อบจ.เชียงใหม่ ลงนาม MOU กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบก สมาคมสหพันธ์ช้างไทย ปลูกหญ้าเนเปียร์ ช่วยเหลือช้างไทย จ.เชียงใหม่ 93 ไร่

อบจ.เชียงใหม่ ลงนาม MOU กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบก สมาคมสหพันธ์ช้างไทย ปลูกหญ้าเนเปียร์ ช่วยเหลือช้างไทย จ.เชียงใหม่ 93 ไร่

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560 เวลา 10.30 น. นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยพันเอกพัฒนะประยูรเทพ ผู้อำนวยการกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบก และนายธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อช่วยเหลือช้างไทย” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในพิธี โดยมี นายธัชพล อภิรติมัย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พันเอกอภิลักษณ์ จุมปา รองผู้อำนวยการกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบกและนายอภิชิต ดวงดี อุปนายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย ตัวแทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกกร.จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสภาชั้น 2 อาคารประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สืบเนื่องจากวิกฤตการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ส่งผลให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก และส่งผลกระทบต่อปางช้างและความช้างทุกพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ทำให้ผู้เลี้ยงช้างต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลช้าง นับตั้งแต่การเกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 15 เดือนด้วยช้าง 1 เชือกต้องการอาหารถึงวันละ 150 – 300 กิโลกรัม ซึ่งจะต้องใช้ทุนในการซื้ออาหารให้ช้างเชือกละประมาณ 300-500 บาท เป็นอย่างน้อย จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ไม่มี นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในปางช้างจึงทำให้ช้างที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ขาดแคลนอาหารและมีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ให้ความร่วมมือในการปลูกหญ้าเนเปียร์ เพื่อช่วยเหลือช้างไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบกและสมาคมสหพันธ์ช้างไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อช้างไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้มีอาชีพเลี้ยงช้าง พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพเลี้ยงช้างที่ประสบปัญหาจากการระบาดของโรคโควิด 19

นายพิชัยฯ กล่าวต่ออีกว่า ด้วยช้างเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติ และต่างช้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ในการสร้างรายได้ให้ผู้เลี้ยงช้างและเศรษฐกิจที่ผ่านมาอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันเกิดปัญหาการขาดแคลนอาหารให้ช้างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และผู้ประกอบการช้างไทย ในพื้นที่เชียงใหม่ซึ่งมีช้างจำนวน 900 เชือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ร่วมกับสมาคมสหพันธ์ช้างไทยและกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบก บูรณาการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับช้างที่ขาดแคลนอาหาร ซึ่งการปลูกหญ้าเนเปียร์ จะใช้ระยะเวลา 2 ปีโดยพื้นที่ในการปลูกจำนวน 93 ไร่ ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับช้างไทยในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่

“หญ้าเนเปียร์” หรือหญ้าบาน่า เป็นหญ้าที่เติบโตได้ดีในเขตร้อน เป็นพืชที่มีอายุหลายปี ลักษณะลำต้นเป็นกอ ตั้งตรง และขยายพันธุ์ด้วยท่อนพันธุ์เหมือนต้นอ้อย หญ้าเนเปียร์นั้นมีหลายสายพันธุ์ โดยหญ้าเนเปียร์ธรรมดาและเนเปียร์ลูกผสม เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงถึง 4 เมตร ประโยชน์ของหญ้าเนเปียร์ ใช้ปลูกเพื่อเป็นอาหารสัตว์ โดยเฉพาะโคเนื้อ โคนม และกระบือ ซึ่งเหมาะสมสำหรับการให้กินสด และการทำหญ้าหมัก, ใช้เป็นชีวะมวล สำหรับเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า, ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน, ลำต้นใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษ, ลำต้นนำมาสับ และอัดเป็นแท่ง สำหรับเป็นเชื้อเพลิงหุงทำอาหาร “หญ้าเนเปียร์” คือของโปรดของช้าง เพราะมีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง กากใยเยอะเเละโปรตีนสูงถึง 17-18 %

ทางด้านพ.อ.พัฒนะ ประยูรเทพ ผู้อำนวยการกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบก กล่าวว่า กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 3 กรมการสัตว์ทหารบก ได้จัดเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์จำนวน 93 ไร่ โดยใช้ระยะเวลาการปลูก 2 ปี ใช้หน่อพันธุ์ของกองการสัตว์ฯ ที่มีอยู่ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้กองทัพบกได้มีนโยบายสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นอาหารในการเลี้ยงช้าง ของผู้มีอาชีพเลี้ยงช้างในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด -19 ตามนโยบายของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ให้หน่วยทหารทุกหน่วยใช้สรรพกำลังที่มีอยู่ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19 อย่างเต็มกำลังความสามารถ.

ทรงวุฒิ ทับทอง

%d bloggers like this: