วันจันทร์ ที่ 25 เดือนตุลาคม คศ.2021
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

กองทัพภาคที่ 3 แถลงข่าวการจับกุมยาบ้ากว่า 900,000 เม็ด ในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ (9 กันยายน 2564)

กองทัพภาคที่ 3 แถลงข่าวการจับกุมยาบ้ากว่า 900,000 เม็ด ในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ (9 กันยายน 2564)

วันที่ 9 กันยายน 2564 กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 149 ศูนย์เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พันโท วรปรัชญ์ กาศสกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นผู้แถลงข่าวฯ มีสาระสำคัญดังนี้

ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มีนโยบายให้มีการบูรณาการงานด้านการข่าวเพื่อความมั่นคงของพลเรือน ตำรวจ ทหาร และทุกภาคส่วน ในการดำเนินการ สกัดกั้น ปราบปราม และจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ตั้งแต่พื้นที่แนวชายแดน จนถึงพื้นที่ตอนในของประเทศ นั้น มีการจับกุมที่สำคัญ ดังนี้

เหตุการณ์ที่ 1 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กำลังร่วมกันปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด อยู่บนถนนในพื้นที่บ้านหัวนา ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่นั้น ได้พบรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน ขับตามกันมากำลังจะเข้ามาที่จุดตรวจแต่มีลักษณะพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่รถทั้ง 2 คัน ไม่หยุดให้ตรวจค้น ได้เร่งเครื่องยนต์ฝ่าจุดตรวจก่อนจะแยกกันหลบหนีไปคนละเส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังเป็นสองชุดขับรถไล่ติดตามรถทั้ง 2 คัน โดยรถยนต์คันแรกหลบหนีไปตามเส้นทาง บ้านม่วงชุม – บ้านหัวนา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับหยุดรถได้ที่บริเวณหน้าหน่วยบริการประชาชนบ้านหัวนา ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง พบว่าผู้ขับขี่เป็นชายไทยมีภูมิลำเนาอยู่ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการตรวจค้นรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ส่วนรถยนต์คันที่สองหลบหนีไปตามเส้นทาง บ้านม่วงชุม – บ้านหนองเต่า โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามไปถึงเขตพื้นที่บ้านม่วงชุม ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง พบว่าคนในรถยนต์กระบะได้โยนสิ่งของมีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ทิ้งไปข้างทางก่อนที่จะเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นจนสามารถหลบหนีไปได้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดที่รถยนต์กระบะโยนสิ่งของไว้ปรากฎว่าพบ กระสอบหรือถุงดัดแปลงเป็นเป้ จำนวน 5 ใบ ภายในเป้บรรจุ ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 498,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์ที่ 2 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 23.45 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง กำลังลาดตระเวนตรวจพื้นที่ เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย มาถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติ ช่องทางหนองกะลาง บ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นั้น ได้ตรวจพบ กลุ่มคนประมาณ 10 – 15 คน บางคนมีเป้แบกอยู่ที่หลังกำลังเดินตามกันมาใกล้ช่องทางดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญานให้หยุดเดินเพื่อทำการตรวจค้น ปรากฏว่าเมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร จึงทิ้งเป้ที่แบกไว้ แล้วใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงมาทางเจ้าหน้าที่พร้อมกับพากันวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ป้องกันตนเองนานประมาณ 10 นาที หลังจากการปะทะยุติลง ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจจุดเกิดเหตุปะทะกันนั้นพบ ผู้เสียชีวิต 1 ราย ข้างศพมีปืนเล็กยาว เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก และยังพบกระสอบดัดแปลงใส่สายสะพายเป็นเป้ จำนวน 5 ใบ ภายในกระสอบบรรจุ ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 430,000 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่น) มีน้ำหนักรวมประมาณ 8 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือมีเบาะแสข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขอความกรุณาได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการปราบปรามและจับกุม อย่างเป็นรูปธรรมตามกฎหมาย อีกทั้งหากพี่น้องประชาชนมีความประสงค์จะส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยตรง ให้กับ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ Applications Line ชื่อ “สายตรงแม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3 เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป.

ทรงวุฒิ ทับทอง

%d bloggers like this: