ปางช้างแม่สา แจ้งความตำรวจ ล่าโจรขโมยตัดขนหางช้าง เชื่อนำไปขายทำเครื่องประดับและเครื่องรางของขลัง วอนเห็นใจคนเลี้ยงช้างและสงสารช้างที่ถูกทารุณกรรม

ปางช้างแม่สา แจ้งความตำรวจ ล่าโจรขโมยตัดขนหางช้าง เชื่อนำไปขายทำเครื่องประดับและเครื่องรางของขลัง วอนเห็นใจคนเลี้ยงช้างและสงสารช้างที่ถูกทารุณกรรม

ช่วงบ่ายวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.สาริน อินต้อ พนักงานสอบสวน พร้อมชุดสืบสวน สภ.แม่ริม เดินทางยังปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบหลักฐาน หลังนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา มอบหมายให้นายดุสิต มณีช่วง อายุ 62 ปี พนักงานปางช้างแม่สา เข้าแจ้งความหลังมีคนร้ายขโมยตัดขนหางช้างในปางช้างแม่สา 2 เชือก คือ พังฟ้ารุ่ง อายุ 4 ปี และ สีดอพันเพชร อายุ 22 ปี คาดว่าจะนำไปขายเพื่อทำเครื่องประดับ เช่น กำไล แหวน เพื่อเสริมบารมี หรือนำไปทำเครื่องรางของขลังตามความเชื่อว่า ขนหางของช้างจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากตัว

โดยตำรวจได้เข้าตรวจสอบบริเวณคอกเลี้ยงพังฟ้ารุ่ง พบบริเวณหางมีขนถูกตัดไปจำนวนหนึ่งจนแหว่ง เช่นเดียวกับสีดอพันเพชร ที่ถูกตัดขนหางไปหลายเส้น จากการตรวจสอบพบว่าช้างทั้งสองเชือกถูกตัดขนหางไปไม่ต่ำกว่า 40 – 50 เส้น ขณะที่นางอัญชลี ได้มอบหมายให้สัตวแพทย์ประจำปางช้างแม่สาเข้ามาตรวจดูบริเวณขนหางที่ถูกตัดไปว่า ช้างมีอาการบาดเจ็บหรือไม่ รวมทั้งให้ควาญช้างเฝ้าดูแลช้างทั้งสองเชือกอย่างใกล้ชิด

นางอัญชลี กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากควาญช้างว่า พบขนหางช้างบางเชือกแหว่งไปจึงให้ควาญสำรวจ กระทั่งพบมีคนขโมยตัดขนหางไปจนกลายเป็นตอ แตกต่างจากการร่วงแบบธรรมชาติทั่วไป จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความกับตำรวจ เพราะเรื่องนี้ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับปางช้าง และยังเป็นการทารุณช้างด้วย เพราะขนหางมีความสำคัญกับช้างตามธรรมชาติ ใช้ในการปัดไล่แมลง สิ่งรบกวน และระวังภัยด้านหลัง เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ไม่สามารถมองเห็นด้านหลังของตัวเองได้
ทั้งนี้อยากขอร้องให้ผู้ที่มีความต้องการขนหางช้างเพื่อนำไปทำเครื่องประดับ หรือเครื่องราง ให้สงสารช้าง ซึ่งปางช้างแม่สามีช้างอยู่ประมาณ 70 เชือก ถูกเลี้ยงกระจายไปหลายจุดทั้งในปางช้าง บ้านพักช้างสูงวัย และในป่าใกล้พื้นที่ของปาง ที่ผ่านมาเราเหน็ดเหนื่อยกับวิกฤตโควิด -19 ที่แพร่ระบาด ต้องแบกรับภาระการดูแลช้างเดือนละหลายล้านบาท แต่ต้องมาประสบกับปัญหาการขโมยตัดขนหางช้างไป จึงต้องออกมาปกป้องช้างของเราไม่ให้ถูกทารุณกรรมเช่นนี้ เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับปางช้างแม่สาเพียงแห่งเดียว
ด้านผู้จัดการปางช้างแม่สา บอกว่า หางนำขนช้างไปทำแหวน ราคาประมาณ 500 – 600 บาท ส่วนกำไลอยู่ที่หลักหมื่นบาทขึ้นไป และยังมีผู้นิยมนำไปทำเครื่องรางของขลัง เพราะมีความเชื่อว่าหางช้างจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ส่วนใหญ่การซื้อขายหางช้างมีความต้องการในตลาดค่อนข้างสูง ทำให้หลายแห่งมีการซื้อขายกันแต่ในส่วนของปางช้างแม่สาเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะต้องการเน้นเลี้ยงดูช้างตามธรรมชาติ และสิ่งของในตัวช้างก็ถือเป็นสิทธิ์ของช้าง

ส่วนนายสัตวแพทย์รณชิต รุ่งศรี สัตวแพทย์ประจำปางช้างแม่สา กล่าวว่า ขนหางช้างถือว่ามีความสำคัญกับช้าง โดยขนหางจะเริ่มงอกตั้งแต่ช้างเกิดกระทั้งโต ประโยชน์ของขนหางใช้เพื่อปัดเป่าแมลง และระวังภัยให้ตัวช้างด้านหลัง การสร้างสมดุลของร่างกายขณะช้างเคลื่อนที่ รวมทั้งการแสดงออกถึงพฤติกรรมของช้าง เช่นหากช้างหวาดระแวงก็จะชูหางขึ้น และหากช้างอารมณ์ดีก็จะแกว่งหาง
โดยขนหางช้างจะงอกแตกต่างกันไป เริ่มตั้งแต่ช้างเกิดจนเจริญเติบโต ถือเป็นขนส่วนที่ยาวที่สุดของช้าง สามารถหลุดร่วงได้เองธรรมชาติ แต่การขโมยตัดขนหางช้างเพื่อนำไปทำเครื่องรางถือว่าไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ และยังเป็นการทารุณช้างด้วย

ด้าน ร.ต.อ.สาริน บอกว่า หลังจากนี้จะมอบหมายให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เร่งหาตัวผู้กระทำความผิดโดยเร็วต่อไป.

ทรงวุฒิ ทับทอง