ไม้ประดู่ยักษ์อายุหลายร้อยปีในเขตป่าอนุรักษ์ ถูกแก๊งมอดไม้ลักลอบตัด โค่น 8 ต้น

ไม้ประดู่ยักษ์อายุหลายร้อยปีในเขตป่าอนุรักษ์ ถูกแก๊งมอดไม้ลักลอบตัด โค่น 8 ต้น

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2565 ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ตรวจยึดไม้มีค่า ด้วยนายชัยชาญ ศรียงค์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3(ภาคเหนือ) นายสมบูรณ์ พุทธวงศ์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 สืบทราบว่ามีกลุ่มนายทุนจากต่างถิ่นได้ว่าจ้างชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปลักลอบตัดโค่นต้นประดู่ในเขตป่าสงนแห่งชาติป่าเชียงดาว เขตอุทยานแห่งชาติผาแดง ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ป่าต้นน้ำห้วยแม่จาน้อย จึงเข้าไปทำการสืบสวนเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2565 พบมีมูลความจริงจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมานายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ได้สั่งการให้ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม นำโดยนายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3(ภาคเหนือ) นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1-5 ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า(พญาเสือ) นำโดยนายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแดง เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว,เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.,เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองร้อยตชด.335 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาหวาย และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ออกตรวจลาดตระเวนป่าต้นน้ำห้วยแม่จาน้อย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาว ในเขตอุทยานเเห่งชาติผาเเดง หมู่ 4 บ้านเเม่จา ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ไปถึงพบคนคอยดูต้นทางซึ่งจอดรถจักรยานยนต์อยู่บริเวณปากทางเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป เจ้าหน้าที่เข้าไปในป่าพบรถจักรยานของกลุ่มขบวนการผู้กระทำผิดอีก 1 คัน และพบรถแทรคเตอร์ อีก 1 คัน จอดอยู่ข้างตอไม้ คาดว่าวิ่งหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปถึง โดยดึงเอากุญแจรถติดตัวไปด้วย

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบ
1.ไม้ประดู่ จำนวน 4 ท่อน ปริมาตร 22.493 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 787,255.- บาท ตรวจพบตอไม้ จำนวน 8 ต้น/ตอ อยู่ในป่าที่เกิดเหตุ
2.ไม้ประดู่ จำนวน 59 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 9.630 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 674,100.- บาท
3.รถแทรคเตอร์ยี่ห้อ คูโบต้า สีส้ม ทะเบียน ตค-7265 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน
4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน
5. ล้อเข็นพ่วง จำนวน 1 คัน
6.ตรวจยึดพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแดง ถูกบุกรุก เนื้อที่ประมาณ จำนวน 1 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา คิดค่าเสียหายในอัตราไร่ละ 68,245- บาท เป็นเงิน 99,525.00- บาท
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถแทรกเตอร์ ทะเบียนหมายเลข ตค 7265 เชียงใหม่พบเป็นของนายธเนษฐ กันธะโน อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 4 ตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปสอบถามข้อมูลในหมู่บ้าน ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็ยืนยันว่ารถแทรคเตอร์คันดังกล่าวเป็นของนายธเนษฐ กันธะโน ใช้งานอยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปยังหมู่บ้านแม่จา หมู่ที่ 4 ฯ พบนายธเนษฐ์ กันธะโน อยู่บริเวณบ้าน นายธเนษฐ์ กันธะโน ได้ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ว่า “รถแทรคเตอร์คันดังกล่าวที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบอยู่ในป่าที่เกิดเหตุเป็นของตนจริง ถ้าอยากได้ข้อมูลเรื่องใดให้ไปขอข้อมูลจากทนายความของตน” จึงเป็นที่ผิดปกติวิสัยเหตุใดนายธเนษฐ์ กันธะโน จึงให้การดังกล่าว ทั้งที่ข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้อธิบายชี้แจงให้ข้อมูลใด ๆ หรือแสดงภาพถ่ายรูปรถแทรคเตอร์คันของกลางให้ดูแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ขอสนับสนุนตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บวัตถุพยานในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อใช้ประกอบสำนวนในการติดตามผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางเข้าไปทำไม้ และชักลากไม้ครั้งนี้ พบว่ามีการบุกเบิกป่าตัดเป็นถนนทางเข้าป่าใหม่ ๆ มีความยาวประมาณ 900 เมตร

ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484
-มาตรา 11 ประกอบมาตรา 73 ฐาน “ร่วมกันทำไม้หรือกระทำด้วยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้ามในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต”
-มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 ฐาน “ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ร่วมกันทำการแปรรูปไม้,มีไม้หวงห้ามแปรรูปชนิดอื่นมีปริมาตรเกินว่า 0.20 ลบ.ม. ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
-มาตรา ๕๔ ประกอบ ๗๒ ตรี ฐาน “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”
-มาตรา 69 ฐาน “ร่วมกัน มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย”
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗
-มาตรา ๑๔ ประกอบมาตรา ๓๑ ฐาน “ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ร่วมกันยึดถือ ครอบครองทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
-มาตรา 19 ประกอบมาตรา 41 มาตรา 42 และ มาตรา 44 ฐาน “ภายในอุทยานแห่งชาติกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
(๑) ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม
(๒) เก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย แร่ ปิโตรเลียม หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทำงชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(๖) เข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์
ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497
-มาตรา ๙ มาตรา ๑๐๘ ทวิ ฐาน “ร่วมกันเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้าง หรือเผาป่า ทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน”
ประกาศอุทยานแห่งชาติผาแดง เรื่อง ห้ามเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติผาแดง (ยกเว้นพื้นที่เขตบริการ) ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน พ.ศ. 2565 ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19(1) ประกอบมาตรา 41
เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งสถานีตำรวจภูธรนาหวายเพื่อสืบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป.

ทรงวุฒิ ทับทอง