“ณัทชลัช” ฟาดมารสังคมสร้างนางกวักแหวกอก ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พ่อค้าแม่ค้าเคารพบูชามานานกว่า 2,500ปี

“ณัทชลัช” ฟาดมารสังคมสร้างนางกวักแหวกอก ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พ่อค้าแม่ค้าเคารพบูชามานานกว่า 2,500ปี

นายณัทชลัช ผดุงสรรพ รองเลขาธิการพรรคเสมอภาค กล่าวว่า ตามที่หนังสือพิมพ์ออนไลน์ได้เสนอข่าวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2565 ว่า ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพนางกวักจากเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ออกแบบนางกวักห่มสไบแหวกอก ต่างไปจากนางกวักหน้าไทย ห่มสไบเรียบร้อยงดงาม ภายหลังที่โพสต์นางกวักสายแซ่บถูกเผยแพร่ไป ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง หลากหลายทิศทาง ทั้งแง่บวกและลบ ซึ่งทางเพจเฟซบุ้กดังกล่าวก็ได้ทำการลบโพสต์ภาพนางกวักออกไปแล้ว แต่ตนมองว่าคนที่ออกแบบรูปบูชานางกวักอย่างไม่เหมาะสมรายนี้น่าจะทำไปเพราะต้องการเงิน ขาดจิตสำนึก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไม่รู้เลยว่าเป็นการกระทำที่เจตนาลบหลู่ จาบจ้วงสิ่งเคารพบูชาของผู้คนจำนวนมาก

นายณัทชลัช กล่าวอีกว่า คนที่จัดทำนางกวักโป้เซ็กซี่คนนี้ไม่รู้เลยหรือว่านางกวักมีประวัติที่ดีงามในสมัยพุทธกาลกว่า 2,500 ปีมาแล้ว นางกวักมีชื่อว่า สุภาวดี บิดาชื่อ สุจิตพราหมณ์ และมารดาชื่อ สุมณฑา อาศัยอยู่ที่เมืองมัจฉิกาสัณฑ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองสาวัตถี ในประเทศอินเดีย ครอบครัวของนางประกอบอาชีพค้าขายซึ่งรายได้แค่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันๆ ต่อมาสุภาวดีไปช่วยครอบครัวขายของที่ตลาด จึงได้มีโอกาสฟังธรรมและได้รับพรจากพระอรหันต์ถึงสององค์ คือพระกัสสปะเถระเจ้า และพระสิวลีเถระเจ้า (ท่าน มีชีวิตที่วิเศษมาก ท่านอยู่ในครรภ์มารดาเป็นเวลานานถึง 7 ปี 7 เดือน และได้คลอดออกมาพร้อมด้วยบารมี โชคลาภ วาสนาที่ดี ท่านจึงประสบพบเจอแต่สิ่งดีและมีโชคลาภเสมอๆ) หลังจากนั้นครอบครัวของนางก็เจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายประสบความสำเร็จ บิดาของนางจึงมักให้นางไปช่วยทำมาค้าขายด้วยเสมอๆ เพราะเชื่อว่านางเป็นสิริมงคลที่ช่วยให้การค้าขายดี หลังจากนางเสียชีวิตลง ชาวบ้านก็ได้สร้างรูปนางสุภาวดีเพื่อบูชา ขอให้ทำมาค้าขายดี ประสบความสำเร็จ และต่อมาความเชื่อนี้จึงได้แพร่เข้ามาในประเทศไทยจนเป็นที่นิยมอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

“ขอเตือนคนที่จาบจ้วงต่อนางกวัก หรือนางสุภาวดี อย่าคิดทำเช่นนี้อีก อย่าล้อเลียนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในทางลบ อย่าบิดเบือนทำลายวัฒนธรรมที่ดีให้เกิดความเสื่อมเสียเพราะความโลภเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งในยุคข้าวยากหมากแพงปัจจุบันนี้ทุกคนต้องการขวัญกำลังใจ ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวนอกเหนือจากพระรัตนตรัย ควรทำสิ่งที่งดงามเป็นสิริมงคล และควรประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของศีลธรรมจรรยา เป็นแบบอย่างที่ดีแก่รุ่นลูกรุ่นหลานจะดีกว่า” นายณัทชลัช ผดุงสรรพ รองเลขาธิการพรรคเสมอภาคกล่าว.

ทรงวุฒิ ทับทอง

%d bloggers like this: