แพทย์ทหารเตือน “ประชาชนระวังเจ็บป่วยด้วยโรค และภัยสุขภาพในช่วงฤดูฝน”

แพทย์ทหารเตือน “ประชาชนระวังเจ็บป่วยด้วยโรค และภัยสุขภาพในช่วงฤดูฝน”

จากข้อมูลการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระวังการเจ็บป่วยด้วยโรคและภัยสุขภาพในช่วงฤดูฝน เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพอนามัยอย่างถูกต้อง และมีสุขภาพดีในช่วงหน้าฝนนี้ โดยประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว หากประชาชนดูแลรักษาสุขภาพไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มโรค ดังนี้

กลุ่มที่ 1 โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ โรคไข้หวัดใหญ่ ติดต่อจากการไอ จามรดกัน หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อร่วมกัน จะมีอาการไข้ ไอแห้งๆ ปวดศีรษะ เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบและเจ็บคอ โรคปอดอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส จากการหายใจหรือสัมผัสละอองฝอยจากน้ำมูกเข้าไป จะมีไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อย พบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่จะมีอาการรุนแรงในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องและมีโรคประจำตัว โดยทั้งสองโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถป้องกันโรคโควิด 19 ได้อีกด้วย

กลุ่มที่ 2 โรคติดต่อจากการสัมผัส โรคมือ เท้า ปาก พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย ผื่น ตุ่มน้ำใสของผู้ป่วย จะมีไข้ มีตุ่มพองใสหรือแผลในปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้าหรือก้น ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายเองได้ ขอให้ผู้ปกครองและครูสังเกตอาการป่วยของเด็ก หากมีอาการสงสัยป่วย ให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติและรีบไปพบแพทย์ พร้อมทั้งให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายดี โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคไข้ฉี่หนู พบบ่อยในผู้มีอาชีพเกษตรกรที่ต้องสัมผัสกับดินหรือน้ำอยู่เป็นประจำ จะมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หนาวสั่น ตาแดง และปวดกล้ามเนื้อน่อง การป้องกัน คือ หลีกเลี่ยงการทำงานในน้ำหรือต้องลุยน้ำลุยโคลนเป็นเวลานาน หากจำเป็นควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมทุกครั้ง
กลุ่มที่ 3 โรคติดต่อนำโดยยุงลาย โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค จะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีจุดแดงที่ผิวหนัง หากอาการรุนแรงอาจช็อกได้ โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา มียุงลายสวนและยุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค อาการคล้ายไข้เลือดออก แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อกและเสียชีวิต โรคติดเชื้อไวรัสซิกา มียุงลายเป็นพาหะ อาการโรคจะไม่รุนแรง แต่หากติดเชื้อในสตรีมีครรภ์ อาจทำให้เกิดภาวะศีรษะเล็กในเด็กแรกเกิด เด็กมีพัฒนาการช้าและตัวเล็ก หรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ การป้องกัน ขอให้ประชาชนสำรวจพื้นที่ที่มีน้ำขังและร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณรอบๆ ตัวบ้านและในชุมชน โดยใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน และเก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะที่มีน้ำขังให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้ง 3 โรค
กลุ่มที่ 4 ภัยสุขภาพ การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า เมื่อมีฝนตกฟ้าคะนองให้หลบในที่ปลอดภัย เช่น ภายในบ้านหรืออาคาร และหลีกเลี่ยงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ อันตรายจากการกินเห็ดพิษ หากไม่มั่นใจว่าเป็นเห็ดพิษหรือเห็ดที่รับประทานได้ ไม่ควรนำมารับประทาน หรืออาจเลือกรับประทานเห็ดที่มาจากการเพาะขยายพันธุ์ เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง อันตรายจากการถูกงูพิษกัด เมื่อมีฝนตกน้ำท่วมขัง สัตว์เลื้อยคลานและงูมีพิษ อาจมาอาศัยอยู่ในมุมอับของบ้าน ควรจัดบ้านให้สะอาด หากถูกงูพิษกัด ต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที ลดการเคลื่อนไหวอวัยวะที่ถูกงูกัด และไม่ควรขันชะเนาะ อาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดเกิดเนื้อตายได้ พร้อมทั้งจดจำลักษณะชนิดของงูที่กัด เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว

ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหารและครอบครัว ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการบ่งชี้ หรือสงสัยว่าป่วย ขอให้ได้ไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ หรือโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อคัดกรอง วินิจฉัย เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว.

ทรงวุฒิ ทับทอง
คณะบรรณาธิการข่าว กองทัพภาคที่ 3
9 มิถุนายน 2565

%d bloggers like this: