สยท. เครือข่าย วอนรัฐเร่งปราบโกง ส่งออกถุงมือยาง

สยท. เครือข่าย วอนรัฐเร่งปราบโกง ส่งออกถุงมือยาง

สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย หรือ สยท. และเครือข่าย ได้ร่วมแถลงหาทางออกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับวงการ อุตสาหกรรมยางของไทย “ดับฝันไทย”สู่ HUBกระทบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อุตสาหกรรมถุงมือยางรายเล็กและโรงงานบรรจุภัณฑ์ไทยได้รับผลกระทบหนัก เหตุนักธุรกิจต่างชาติไร้เชื่อมั่นเมินสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย หลัง CNN กระจายข่ายทั่วโลกนักลงทุนชาวฮ่องกง ถูกขบวนการนายหน้าไทยฉ้อโกงหลอกโอนเงินมัดจำ เสียหายกว่า 100 ล้านบาท แต่ส่งสินค้าถุงมือยางไม่ครบ รวมถึงไม่ได้มาตรฐานลั่นพร้อมย้ายฐานหนีลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทนหากกฏหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเร็วๆนี้ /ทางสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย หรือ สยท. และเครือข่าย ได้ร่วมแถลงหาทางออกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับวงการ อุตสาหกรรมยางของไทย

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหานายหน้าหลอกขายถุงมือยางที่ไม่ได้มาตรฐานของไทยโดงดังไปทั่วโลก โดยการรายงานข่าวของ CNNเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 64ว่าวงการถุงมือยางไทยไม่ได้มาตรฐาน และนักลงทุนถูกหลอก ส่งผลให้กระทบต่อความเชื่อมั่น โรงงานผลิตถุงมือยางขนาดเล็กที่คำสั่งซื้อชะลอตัว บางรายต้องถูกระงับการส่งออกเพราะต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น
โดยในเรื่องนี้ ได้นำเสนอปัญหาต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเรียบร้อยแล้ว และที่ประชุมได้มอบหมายให้ร่วมกันแก้ปัญหาและหาทางออกเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมยางพาราและการลงทุนในประเทศไทย

นายอุทัยกล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของนักธุรกิจเฉพาะรายที่ถูกหลอกและฉ้อโกง แต่ความจริงแล้วผลกระทบเกิดขึ้นในวงกว้างเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทำให้ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น

“หากเหตุการณ์บานปลายต่างชาติไม่นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาง ก็จะส่งผลกระทบไปถึงเกษตรกรชาวสวนยางได้ เพราะยางดิบถือเป็นต้นน้ำ ขณะที่โรงงานแปรรูปน้ำยางข้น เป็นกลางน้ำ และสุดท้ายคือ ส่งออกถุงมือยางเป็นปลายน้ำ ดังนั้นหากปลายน้ำเสียหายไม่ได้รับความเชื่อถือ ก็จะส่งผลกระทบมาถึงต้นน้ำในที่สุด”

นายอุทัยยังกล่าวอีกว่า เหตการณ์ที่เกิดขึ้นของขบวนการฉ้อโกงทำให้ความเชื่อมั่นของไทยลดลงจนอาจจะกระทบต่อการเป็นศูนย์อุตสาหกรรมยางไทยในระดับโลกและไม่สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามที่วางที่ไว้
นาย วิทยา ผุดผาด ทนายความ บริษัท เอช แอนด์เอช เมดิคอล ซับพลาย จำกัด ได้กล่าวว่า บริษัท เอชแอนด์เอชฯ ได้แจ้งดำเนินคดีกับกลุ่มนายหน้าและ บริษัทผู้ถูกกล่าวหาแล้วทั้งสองคดี โดยแจ้งความคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการนำความอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความกังวลเรื่องความเชื่อถือมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และส่งผลต่อภาพ ลักษณ์ประเทศไทย เพราะจริงๆแล้วต่างชาติหลายรายสนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะบริษัทของตนที่มีเครือข่ายทั้งในยุโรปและสหรัฐ หากรัฐบาลไทยยังไม่สามารถใช้กฏหมายดำเนินการกับกลุ่มบริษัทเหล่านี้ได้อย่างจริงจังเพิ่อนักลงทุนต่างประเทศก็จะต้องหันไปลงทุนประเทศอื่นแทน

หากรัฐบาลไทยสามารถดำเนินคดีเอาผิดกับคนเหล่านี้ ก็จะสร้างความเชื่อมั่นกลับมาให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนได้ โดยขณะนี้ทั้งสหรัฐและยุโรป มีคำสั่งซื้อถุงมือยางธรรมชาติเข้ามาจำนวนมาก แต่ประไทยจะทำอย่างไรที่จะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนเหล่านี้ว่าจะไม่เกิดปัญหาซ้ำรอย และเราจะเสียโอกาสนี้ไปถ้ารัฐบาลใม่เข้ามาช่วยเหลือ“
นางสาว พิยดา วุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฮับ พาราโกลฟส์ โปรเจ็ค จำกัด ในฐานะตัวแทนเครือข่าย 25 บริษัทถุงมือยางประเภทบรรจุภัณฑ์ กล่าวว่า อยากให้คดีของนักลงทุนชาวฮองกงเป็นตัวอย่างที่ประเทศไทยออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยการเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้วงการอุตสาหกรรมถึงมือยางประเทศไทยกลับมาอีกครั้ง

นาย ชัยโรจน์ ธรรมรัตน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการยางและถุงมือยาง กล่าวว่า ปัญหาถุงมียางขาดความเชื่อถือ เนื่องจากขาดระบบการจัดการที่ดี ขาดการดูแล จากภาครัฐอย่างทั่วถึง ซึ่งมูลค่าอุตสาหกรรมถุงมือยางที่ส่งออกในขณะนี้มีมากถึง 94,000 ล้านบาท หากไม่ได้รับการดูแลจะสร้างความเสียหายมากขึ้นโดยความการช่วยเหลือ ของรัฐ มักจะมุ่งช่วยเหลือไปยังผู้ผลิตถุงมือที่มีโรงงานขนาดใหญ่ มีกำลังผลิตมาก โรงงานเหล่านี้มีผลกระทบน้อยไม่เดือดร้อน เพราะมีลูกค้าประจำคำสั่งซื้อระยะยาวอยู่ในมือแล้ว แต่โรงงานผลิตถุงมือยางธรรมชาติขนาดเล็ก ได้รับผลกระทบมาก ส่งออกไม่ได้
ทางสมาคมฯจึงได้พยายามเข้าไปประสานความช่วยเหลือ หาทางฟื้นฟูและสร้างความเชื่อถือให้เกิดขึ้นใหม่โดยทางสมาคมฯได้ ประสานงานโรงงานที่ได้รับผลกระทบ ช่วยให้มีการควบคุมสายการผลิตถุงมือยางธรรมชาติแบบได้มาตรฐาน ตามระเบียบโรงงานการผลิตถุงมือยางธรรมชาติ ของไทย ซึ่งจัดเป็นวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ จะต้องมีการ ตรวจสอบการผลิต ตามมาตรฐานวัสดุทางการแพทย์
ซึ่งทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีห้องปฏิบัติการที่ให้บริการตรวจสอบตัวอย่างถุงมือยางที่ต้องการใบรับรองเพื่อการส่งออก และยังมีหน่วยงานบริการห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์บริการและสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมจากกระทรวงอุตสาหกรรม เป็น ผู้ให้ความช่วยเหลือบริการการตรวจสอบสินค้าตัวอย่างและออกใบรับรองสินค้าที่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ.

%d bloggers like this: