แพทย์ทหารเตือนประชาชน “ในช่วงนี้พบป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ย้ำมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค”

แพทย์ทหารเตือนประชาชน “ในช่วงนี้พบป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ย้ำมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 12 กรกฎาคม 2565 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศ 9,472 ราย เสียชีวิต 9 ราย พบผู้ป่วยกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งพบแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและสูงกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา โดยใน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบจังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุด 5 ลำดับ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร ศรีสะเกษ และตาก ตามลำดับ
สำหรับในช่วงนี้ มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการระบาดของโรคได้ กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำประชาชนให้ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณบ้าน, ที่อยู่อาศัย, ชุมชน และโรงเรียนทุกแห่ง ด้วยมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค (โรคไข้เลือดออก, โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา) ดังนี้

1) เก็บบ้าน, ที่อยู่อาศัย, ชุมชน และโรงเรียน ให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก
2) เก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่
3) เก็บขยะภายในบริเวณบ้าน, ที่อยู่อาศัย, ชุมชน และโรงเรียน ให้เรียบร้อยไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และจัดกิจกรรมเสริมในการจัดการสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น กิจกรรม BIG CLEANING DAY รวมถึงการป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัดด้วย

ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และแพทย์ทหาร มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว หากประชาชน หรือบุตรหลาน มีอาการไข้สูงลอย รับประทานยาแล้วไข้ไม่ลด หรือลดแล้วไข้กลับมาสูงอีก ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา หรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัว และแขน ขา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่มแอสไพริน และไอบู โพรเฟน และหากมีอาการ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร ปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นการเจ็บป่วยร่วมกันระหว่างไข้เลือดออก กับโรคโควิด-19 ทำให้อาการทรุดหนักอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เมื่อมีอาการสงสัยดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ, สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้าน เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน จะได้รับการรักษาที่เหมาะสม และช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่ากองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ หรือโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส.

ทรงวุฒิ ทับทอง
คณะบรรณาธิการข่าว กองทัพภาคที่ 3
22 กรกฎาคม 2565