น.พ.สุขุมปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมพัฒนาศักยภาพผู้บริหารโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปประจำปีเพื่อการถ่ายทอดการบริหารงาน และสร้างเครือข่ายสุขภาพที่เข้มแข็งในการดำเนินงานทั้ง 13 เขตสุขภาพ /สมนึก บุญศรี-บพิตร จำปา/รายงาน/0817082129–


น.พ.สุขุมปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมพัฒนาศักยภาพผู้บริหารโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปประจำปีเพื่อการถ่ายทอดการบริหารงาน และสร้างเครือข่ายสุขภาพที่เข้มแข็งในการดำเนินงานทั้ง 13 เขตสุขภาพ
/สมนึก บุญศรี-บพิตร จำปา/รายงาน/0817082129–


คลิป…นพ.สุขุม ปลัดก.สธ.เปิดพัฒนาฯ/nuk

ณ ห้องประชุมศูนย์ประชุมสาเกตุฮอลล์ ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น. นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมายปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมพัฒนาศักยภาพผู้บริหารโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปประจำปีงบประมาณ 2562 โดยการดำเนินงานของ นายแพทย์โมลี วนิชสุวรรณ ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปและคณะ จำนวน 300 คน นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายปิติ ทั้งไพศาล นพ.สาธารณสุขจังหวัด ร่วมต้อนรับ

นายแพทย์โมลี วนิชสุวรรณ ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปกล่าวรายงานว่า.-ตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาความเป็นเลิศ 4 ด้าน ซึ่งการบริหารจัดการเวลานี้ ต้องสร้างกลไกป้องกันการทุจริตเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริหารงานที่โปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล ตามเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาบุคลากรให้มีจิตสำนึกความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะผู้บริหารที่เป็นหัวใจสำคัญ ในการนำพาองค์กรจะต้องเป็นผู้ที่มีศักยภาพและมีเครือข่ายที่เข้มแข็ง

การจัดการประชุมจึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร เพื่อการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์การบริหารงาน จากผู้บริหารรุ่นเก่า สู่ผู้บริหารรุ่นใหม่ และสร้างเครือข่ายสุขภาพที่เข้มแข็ง ในการดำเนินงานทั้ง 13 เขตสุขภาพ รวมถึงเพื่อการประสานสัมพันธภาพที่ดี ร่วมกันของชาวกระทรวงสาธารณสุข สำหรับผู้เข้าประชุมในวันนี้ประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์และบุคลากรจากโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปจำนวน 300 คน

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประธานกล่าวว่า.-การตั้งมั่นอยู่บนหลักการบริหารงานที่เที่ยงธรรม สุจริตโปร่งใส ตรวจสอบได้มีจิตสำนึกในการทำงาน มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำ พร้อมตอบคำถามหรือตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นการป้องกันทุจริต ผ่านจิตสำนึกปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริตปรับฐานความคิด ในการแยกเรื่องระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคล กับผลประโยชน์ส่วนรวม ด้วยวิธีคิดแบบระบบเลขฐานสอง(Digital Thinking) ภายใต้แนวคิด แก้ทุจริตต้องคิดแยกแยะ สร้างกลไกป้องกันการทุจริตให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพเพื่อผลประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ในโอกาสนี้ผมขอฝากข้อคิดบางประการที่เพื่อท่านทั้งหลายจะได้นำไปประกอบพิจารณาในการบริหารงานว่าทำอภิบาลเป็นเรื่องของหลักการบริหารแนวใหม่ที่มุ่งเน้นหลักการแต่มิใช่หลักการที่เป็นรูปแบบทฤษฎีการบริหารงานแต่เป็นหลักการการทำงานซึ่งหากมีการนำมาใช้เพื่อการบริหารงานแล้วจะเกิดความเชื่อมั่นว่าจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือความเป็นธรรมความสุจริตความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

—///—สมนึก บุศรี-ข่าว-0817082129
บพิตร จำปา-ภาพ