Uncategorized

ศรีสะเกษ รมว.ยุติธรรมแต่งตั้ง ดร.กัลยาณี เป็นประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนในสถานพินิจจังหวัดศรีสะเกษ เดินเครื่องเร่งวางแผนช่วยเหลือเด็ก คืนคนดีสู่สังคมทันที

ศรีสะเกษ รมว.ยุติธรรมแต่งตั้ง ดร.กัลยาณี เป็นประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนในสถานพินิจจังหวัดศรีสะเกษ เดินเครื่องเร่งวางแผนช่วยเหลือเด็ก คืนคนดีสู่สังคมทันที

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสถานพินิจจังหวัดศรีสะเกษ ชั้น 3 อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนในสถานพินิจจังหวัด ศรีสะเกษเปิดเผยว่า ตนได้เชิญประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่ของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด เมื่อวันที่ 14 ธันวา 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษชุดนี้ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งของกระทรวงยุติธรรมที่ 353 / 2561 ลงวันที่ 31 ต.ค. 2561 แต่งตั้งคณะกรรมการซึ่งได้มาจากผู้ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วจำนวน 33 คน และได้ดำเนินการคัดสรรกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามวิธีการสรรหาและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ โดยมีการคัดเลือกประธานกรรมการบริหารมาตั้งแต่ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 และได้แต่งตั้งให้ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ เป็นประธานกรรมการชุดนี้

 

ดร.กัลยาณี กล่าวต่อไปว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมนัดแรกและได้มีการแนะนำคณะกรรมการชุดใหม่รวมทั้งปรึกษาหารือเกี่ยวกับการวางแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษในการที่จะจัดทำกิจกรรมตลอดปี 2562 และการทำกิจกรรมในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันเด็ก วันแม่แห่งชาติ วันพ่อแห่งชาติ และมีการกำหนดแผนในแต่ละเดือนว่าจะดำเนินการอย่างไรในการจัดกิจกรรมช่วยเหลือเด็กให้มีพลังใจที่เข้มแข็งไม่ให้ตกไปสู่อบายมุขเช่นยาเสพติดและการเดินทางไปเยี่ยมดูแลเด็กเยาวชนที่กระทำผิดของจังหวัดศรีสะเกษที่กระทำผิดและถูกส่งไปอบรมที่ศูนย์ฝึกเขต 5 จังหวัด

 

อุบลราชธานี และหาแนวทางในการลงไปดูแลครอบครัวเด็กเพื่อไม่ให้ยาเสพติดระบาดไปมากกว่านี้ เป็นการคืนคนดีสู่สังคม นอกจากนี้ยังมีการหารือกันเกี่ยวกับการจัดหาทุนเพิ่มเติมสำหรับกองทุนที่มีการเบิกจ่ายเงินไปแล้วจำนวนมาก ต้องจัดหากองทุนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้อย่างไม่ติดขัด โดยไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่เดือดร้อนเพราะเด็กบางรายยากจนมาก ไม่มีเงินค่ารถกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ก็ต้องหาทางช่วยเหลือมาตลอดจึงต้องหาเงินเป็นกองทุนในการช่วยเหลือและจัดหาพ่อแม่อุปถัมภ์ของเด็ก สำหรับการศึกษาเล่าเรียนซึ่งต้องใช้เงินเป็นส่วนสำคัญในการให้การช่วยเหลือ ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มีจิตสาธารณะมาสนใจงานของกรรมการสงเคราะห์เพื่อช่วยกันดูแลเด็กที่กระทำผิดมากขึ้นทุกวันเป็นการร่วมกันคืนคนดีสู่สังคมต่อไป////////////

 

ศิริเกษ หมายสุข / ศรีสะเกษ