เบตง ทหารร่วมฝ่ายปกครองดักจับคนไทยลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ รับสารภาพมีปัญหากับนายจ้าง ถูกขู่จะแจ้งตำรวจจับถ้าขอเบิกเงิน จึงตัดสินใจหนีกลับประเทศ

เบตง ทหารร่วมฝ่ายปกครองดักจับคนไทยลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ รับสารภาพมีปัญหากับนายจ้าง ถูกขู่จะแจ้งตำรวจจับถ้าขอเบิกเงิน จึงตัดสินใจหนีกลับประเทศ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 21 พ.ย.63 ที่บริเวณถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ร.อ.ธเนศ บุรีศรี ผบ.ร้อย.ปชด.ที่4 ได้นำกำลังทหารออกลาดตระเวนตามเส้นทางรับผิดชอบเพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและสิ่งของผิดกฎหมายตามเส้นทางธรรมชาติ เมื่อมาถึงบริเวณบ้านจาเราะปูโงะ พิกัด QG 281353 ต.เบตง ได้พบชาย 2 คน เดินอยู่บนถนน เจ้าหน้าที่ จึงเข้าไปสอบถามทราบชื่อ นายอับดุลเลาะห์ อีแตเบ็ญ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/7 หมู่4 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา และนายอานัส ยะโกะ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่3 ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้ปีนกำแพงข้ามมาจากฝั่งประเทศมาเลเซีย แล้วจะโบกรถเพื่อให้มาส่งในตัวเมืองเบตง เพื่อจะเดินทางต่อกลับบ้านใน อ.ยะหา และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

ทั้ง 2 รับสารภาพว่า ทำงานอยู่ที่เมืองอิโปห์ รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย แต่มีปัญหากับนายจ้าง เบิกเงินเดือนไม่ได้ นายจ้างขู่ว่าถ้าขอเบิกเงินอีกจะแจ้งตำรวจให้จับ จึงเกิดความกลัวเพราะไม่มีเอกสารการทำงาน เลยตัดสินใจออกจากร้าน แล้วใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2 สัปดาห์ จึงถึงกิ่งอำเภอเปิงกาลังฮูลู รัฐเปรัค ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอเบตง และได้เล่าให้ชาวบ้านฟังแล้วขอช่วยให้มาส่งบริเวณชายแดนก่อนถึงกำแพงประมาณ 800 เมตร อาศัยช่วงจังหวะที่ทหารมาเลเซียพักหยุดลาดตระเวน ได้ปีนกำแพงข้ามมา แต่ก็ถูกทหารไทยจับกุม ส่งดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับ 800 บาท และส่งศูนย์สังเกตุการณ์การเริ่มป่วยอำเภอเบตง เพื่อกักตัว 14 วัน ตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด19

โยธิน ประชามติรัฐ อ.เบตง จ.ยะลา รายงาน