วันพุธ ที่ 15 เดือนกรกฎาคม คศ.2020
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ชี้แจงโครงการประกันรายได้กับชาวนา ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ชี้แจงโครงการประกันรายได้กับชาวนา ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาวันนี้ 15 ตุลาคม 2562นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวงเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวปี 2562/63 พร้อมเปิดตัวการจ่ายเงินประกันรายได้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของรายละเอียดรวมถึงหลักเกณฑ์ต่างๆที่เกษตรกรชาวนาพึงจะได้รับเมื่อเข้าร่วมกับโครงการดังกล่าวโดยมีนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวว่าตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1 โดยรัฐบาลจะประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 16 ตัน โดยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562

คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้มีมติเห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1 ในงวดที่ 1ซึ่งราคาเกณฑ์อ้างอิงข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ตันละ 16,723.09 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ อยู่ที่ตันละ 15,651.05 บาท ข้าวเปลือกเจ้า อยู่ที่ตันละ 7,530.36 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี อยู่ที่ตันละ 10,216.55 บาท และข้าวเปลือกเหนียว อยู่ที่ตันละ 18,926.86 บาท ส่งผลให้รัฐบาลต้องชดเชยส่วนต่างในข้าวเปลือก 2 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,469.64 บาท และข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 783.45 บาท ทั้งนี้ การจ่ายเงินชดเชยงวดแรก ธ.ก.ส. จะโอนเงินชดเชยเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเกษตรกรจะสามารถเบิกถอนเงินได้ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ซึ่งในงวดแรกมีเกษตรกรได้รับเงินชดเชยจากข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมปทุมธานี จำนวนประมาณ 349,000 ครัวเรือน วงเงินชดเชยประมาณ 9,400 ล้านบาท

 

ภาพข่าว//สุนทร สอนแสนสุข//ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา