สื่อมวลชน!.บุก เทศบาลเมืองคลองหลวง ตามคำท้า…นิติการ

https://youtu.be/Jo0X5dWvuE4

 

 

วันนี้เวลา10:00 น.ที่เทศบาลเมืองคลองหลวงสื่อมวลชนเดินทางได้เข้าไปสอบถาม นางสุดาทองวิลัย รองปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวงปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกเทศบาลเมืองคลองหลวง


จากกรณีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ทีผ่านมาประธานสภาพร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงเกินครึ่งในสภา เข้าชื่อร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อขอให้ย้ายนางสุดา ทองวิลัย รองปลัดเทศบาล ออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพราะมีความขัดแย้งรุนแรงกับสมาชิกสภาเทศบาล โดยที่ผ่านมานางสุดาได้ฟ้องสมาชิกสภาเทศบาล กล่าวหาว่า สมาชิกสภาเทศบาลใช้อำนาจอภิปรายในสภาไม่ชอบ เกี่ยวกับเรื่องมีเจ้าหน้าที่บางคนนำรถยนต์หลวงไปขนของใช้ส่วนตัว ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดธัญบุรีได้มีคำพิพากษาคดีแดงที่ อ 331 / 2562 ตัดสินให้ฝ่ายสมาชิกสภาเทศบาลชนะคดี ทำให้นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา สมาชิกสภาเทศบาลก็ได้เกิดข้อขัดแย้งกับนางสุดา รองปลัดเทศบาลอย่างรุนแรง มีการพูดจาถากถางและเหน็บแนมกันตลอดมา

สาเหตุที่ทำให้นางสุดา ทองวิลัย รองปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวง ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนั้น เป็นเพราะนางสุดา ทองวิลัย ไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของ กทจ.ปทุมธานี ที่ให้โยกย้ายพนักงานภายในสังกัดเทศบาลเมืองคลองหลวง สืบเนื่องจากนางวราภรณ์ เป็นนิติกรประจำเทศบาลคลองหลวง ได้นำรถยนต์หลวงราชการไปใช้ส่วนตัว ต่อมามีการฟ้องร้องนางสาววราภรณ์ จนกระทั่งต่อมาศาลได้พิพากษาว่าให้นางวราภรณ์ มีความผิดและให้หยุดพักปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับพยานเอกสารการสอบสวนที่เทศบาลเมืองคลองเกี่ยวกับคดีของตนเอง และให้ชดใช้ค่าเสียหาย
และจากคำสั่งดังกล่าวนางสุดา ทองวิลัย ได้ขัดคำสั่ง กทจ.ที่ให้มีการพักงานหรือว่าโยกย้ายนางวราภรณ์หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องและมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการ


จนกระทั่งเมื่อวันที่15 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีขรรค์ไชย์ ทันธิมา ชี้แจงต่อสื่อมวลชนฟัง
จากกรณีดังกล่าว ชี้ว่านางสุดา ทองวิลัย ขัดคำสั่งของ กทจ.จริง อีกทั้งได้มีการขัดขวางที่จะรับโอนปลัดคนใหม่จริง แต่เนื่องจากกระบวนการต่างๆในการรับโอนปลัดคนใหม่นั้นไม่ถูกต้องตามกระบวนการ เรื่องร้องขอให้มีการขัดขวางในการที่จะรับปลัดคนใหม่นั้นจึงตกไป ไม่ได้ผ่านการพิจารณา แต่ส่วนกระบวนการในการที่จะตั้งกรรมการตรวสอบวินัยร้ายแรงของนางสุดา ทองวิลัย นั้น อยู่ในอำนาจหน้าที่ขั้นตอนกระบวนการของเทศบาลเมืองคลองหลวงเอง ซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ของจังหวัด แต่การที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนั้นเป็นอํานาจหน้าที่ของนายกเทศบาล แต่ในขนาดนี้นางสุดา ทองวิลัย ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศบาลเมืองคลองหลวง ดังนั้นเรื่องจึงขัดกันในส่วนของวิธีการในการพิจารณาการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย

ซึ่งต่อมาทางทีมผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ห้องของรองปลัดสุดา เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ แต่ปรากฎว่ามีเจ้าหน้าที่บอกว่าท่านรองปลัดสุดาไม่อยู่ออกไปประชุมข้างนอก ทีมงานจึงไม่ได้สัมภาษณ์กับนางสุดา ต่อมาจึงเดินทางไปสอบถามกับ นางสาววราภรณ์ ซึ่งเป็นนิติกรของเทศบาลเมืองคลองหลวงเพื่อที่จะให้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกตั้งกรรมการสอบที่นำรถยนต์หลวงทางราชการไปใช้ขนของส่วนตัว จนเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องจนเป็นคดีความ นางสาววราภรณ์จึงแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ยินดีให้ข้อมูลทุกอย่างทางทีมงาน แต่ให้ส่งตัวแทนสื่อเข้าไปสัมภาษณ์ในห้องได้เพียงคนเดียว ทีมงานจึงขอร้องไปว่า ขออนุญาติให้ทางสื่อเข้าไปฟังคำชี้แจงในห้อง3คนได้ไหม! เพื่อที่จะฟังน.ส.วราภรณ์ ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อน.ส. วราภรณ์ ไม่พอใจและปฎิเสธไม่สะดวกให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว บอกเพียงว่า ถ้าอยากจะให้ชี้แจงข้อมูลต่างๆนั้น ต้องทำหนังสื่อขอมาที่ฝ่ายนิติกรถึงจะให้ทีมงามสัมภาษณ์ได้

โดยต่อมาได้มีการไปสัมภาษณ์พูดคุยกับ นายณัฐพงษ์ ซึ่งมีตำแหน่งสถาปนิกชำนาญการ เทศบาลเมืองคลองหลวง เป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อจะให้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างรถขยะของเทศบาลเมืองคลองหลวง

ด้าน นายณัฐพงษ์ ก็ได้ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวนั้นในการจัดซื้อจัดจ้างรถขยะนั้น ตนเองเป็นผู้เซ็นรับมอบเท่านั้น แต่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตนเองไม่มีส่วนรู้เรื่อง ไม่มีส่วนรู้เห็น จะต้องไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเรื่องนี้อาจจะมีการผิดพลาดบ้างแต่ไม่ขอชี้แจงรายละเอียดกับสื่อมวลชน จะขอไปชี้แจงกับ ปปช. ปปท. ในส่วนของรายละเอียด ซึ่งนายณัฐพงษ์ บอกว่าการร้องเรียนดังกล่าว อาจจะตีความหมายผิดก็ได้

ซึ่งในประเด็นที่มีการร้องเรียนมาคือ

ทุจริตโครงการจัดซื้อรถขยะ เทศบาลเมืองคลองหลวง จำนวน 2 โครงการ ดังนี้
1. เลขที่โครงการ 60085162152 จำนวนเงิน 19,714,018.69 บาท ฎีกาเบิกจ่ายลงวันที่ 19 กันยายน 2562
2. เลขที่โครงการ 60085156244 จำนวนเงิน 6,692,822.43 บาท ฎีกาเบิกจ่ายลงวันที่ 11 กันยายน 2562
รายละเอียดพิรุธของการทุจริต ดังนี้

ส่งรถผิดสเปค ไม่ตรงตามโบรชัวร์ที่เสนอราคาและไม่เป็นไปตามประกาศ

อ้างถึง ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2560 “เครื่องยนต์ CNG …..ประกอบจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบการบริหารงานคุณภาพ มอก./ ISO9001 หรือดีกว่า”

ข้อเท็จจริง  เสนอราคาโดยใช้โบรชัวร์ของ New Hino NGV Series 5  รุ่น FG1J แต่รถที่ส่งมอบเป็นคนละรุ่นกับที่เสนอราคาซึ่งเป็นรถที่ติดตั้ง NGV โดยอู่นอกที่ไม่ใช่โรงงานประกอบ ชื่อ บริษัท ธรรมมิตรวิศวกรรม จำกัด

 

จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี E-Auction ไม่ถูกต้องตามข้อระเบียบ อ้างถึง ประกาศจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 22 สิงหาคม 2560 ด้วยวิธี E-Auction ส่งเอกสารการประมูลวันที่ 15 กันยายน (ตามใบเสนอราคาของบจก.เจ้าพระยา) แต่ไม่ปรากฏว่าจัดประมูลวันไหน แต่เรื่องการจักซื้อจัดจ้างดังกล่าวถูกสตง.ให้ทบทวน จึงไม่สามารถทำสัญญาได้ จึงยืดเยื้อมาถึงเมษายน 2562 และมีการประมูลในวันที่ 3 เมษายน 2562 โดยมีการทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลางเพื่อขอเปลี่ยนผู้ให้บริการตลาดกลาง

ข้อเท็จจริง – ระยะเวลาผ่านไป 1 ปีกว่า ควรยกเลิกประกาศเดิมแล้วประกาศจัดซื้อจัดจ้างใหม่ และใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี E-Bidding
– หนังสือขอเปลี่ยนผู้ให้บริการตลาดกลางที่ส่งให้กรมบัญชีกลางไม่มีเลขออกของหน่วยงานและเลขรับชองกรมบัญชีกลาง (ได้ส่งหนังสือถึงกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่หรือแค่ทำหนังสือเพื่อประกอบสำหรับเบิกจ่ายเงินเท่านั้น)
– อ้างว่ามีการประมูลใหม่เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 แต่เอกสารผู้ที่ชนะการประมูลเป็นเอกสารลงวันที่ 15 กันยายน 2560 (เอกสารเดิม) ได้มีการจัดประมูลใหม่จริงหรือไม่ และถ้าจัดประมูลใหม่ทำไมผู้ชนะถึงเป็นเจ้าเดิมและใช้เอกสารชุดเดิม


ส่วนของเรื่องผู้ที่ร่วมประมูลและหลักเกณฑ์การประมูลในครั้งนี้นั้น มีหลักเกณฑ์ว่าจะต้องมีผู้ร่วมประมูลไม่น้อยกว่า 3 ราย แต่การประมูลครั้งนี้มีผู้ร่วมประมูลเพียง 2 ราย เท่านั้น และถ้าอ้างถึงประกาศลงวันที่22สิงหาคม 2560จะต้องยกเลิกการประมูล และจะต้องประกาศใหม่
จึงเป็นจุดตั้งข้อสังเกตของสื่อมวลชนและผู้ร้องเรียน อีกทั้งมีหนังสือจากเทศบาลเมืองคลองหลวงส่งไปยังกองคลังว่า ขอเปลี่ยนบริษัทผู้ประมูลเดิมจากบริษัทบีส ไดเมนชั่นจำกัด(ผู้ให้บริการตลาดกลาง)เนื่องจากอ้างว่าบริษัทบีส ไดเมชั่น จำกัด ปิดตัวลง และขอเปลื่ยนมาใช้บริษัทนิวตรอนเป็นบริษัทผู้จัดการประมูลกลาง
จากการตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าปัจจุบันบริษัทบีส ไดเมนชั่น จำกัด ประกอบกิจการอยู่ซึ่งอาจจะเป็นข้อพิรุธที่มีการทุจริตในเรื่องนี้ก็เป็นได้

ส่วนในเรื่องที่มีการร้องเรียนของสมาคมธรรมาภิบาล ต่อต้านคอรัปชั่น ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปปราบปรามทุจริตภาครัฐ ว่านายณัฐพงษ์ มีการถือกรรมสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สิน รถยนต์และร่ำรวยผิดปกติเกินกว่าเงินเดือน นายณัฐพงษ์จึงชี้แจงว่าตนมีอาชีพเป็นสถาปนิกอีกครั้งประกอบอาชีพสถาปนิก โดยที่ไม่มีชื่อในบริษัทห้างร้านอื่นๆ และตนเองทำงานตลอด 7 วันดังนั้นการที่ตนจะมีทรัพย์สินและมีความร่ำรวยนั้นนอกจากเงินเดือนของตนแล้ว ภรรยาของเองยังทำธุรกิจออนไลน์จึงมีทรัพย์สินมากกว่าเงินเดือนที่มีอยู่ จึงอาจจะเป็นเหตุให้มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายณัฐพงษ์กล่าว