วันพุธ ที่ 20 เดือนมกราคม คศ.2021
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

สุราษฎร์ธานี // ผอ.จิตอาสาพระราชทาน อ.เกาะสมุย ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจ และความหวัง กรมราชทัณฑ์”

ศูนย์ข่าวสุราษฎร์ธานี

วันพุธที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 13.00 น. ที่บ้านนายปริญญา พลรักษ์ เลขที่ 86/10 หมู่ที่ 5 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้นายธีระพงศ์ ช่วยชู ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเกาะสมุย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ร่วมโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจ และความหวัง กรมราชทัณฑ์”พร้อมด้วยส่วนราชการ, จิตอาสา 904 , ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสืบสภาพผู้ผ่านการอบรม โครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจ และความหวัง กรมราชทัณฑ์” และเป็นกำลังใจให้นายปริญญา พลรักษ์ ด้วย

นายธีระพงศ์ ช่วยชู ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเกาะสมุย ได้กล่าวให้กำลังใจ และมอบสิ่งของตรวจเยี่ยมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเกาะสมุย และส่วนราชการเดินเยี่ยมชมโครงการฯ ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินการ จำนวน 7 ไร่ มีแหล่งน้ำธรรมชาติเหมาะแก่การเพาะปลูก ในพื้นที่มีการเพาะปลูกไม้ผล เช่น มังคุด ทุเรียน ลางสาด กล้วยหอมทอง พืชอื่นๆ เช่น ผักสวนครัวและผักพื้นบ้าน เช่น ผักเหลียง ผักกูด ผักตำลึง เป็นต้น ซึ่งจะดำเนินการเพิ่มเติมตามแนวทางของโครงการฯและคำแนะนำของภาครัฐ

สำหรับโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ในการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชปณิธาน และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มนักโทษเด็ดขาด ที่คาดว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ และจะพ้นโทษปี 2563 ในเรือนจำ 137 แห่ง มีความรู้ความเข้าใจ และเป็นการส่งเสริมทักษะด้านการเกษตร ที่เน้นเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็กให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่สำหรับทำการเกษตรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นแนวทางให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งตนเองได้ เห็นถึงโอกาสในการประกอบสัมมาชีพภายหลังพ้นโทษ ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนได้ลงมือทำ เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่น ไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก สมดังพระราชปณิธานคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม.

พ.ท.อำนาจ ปาทะกาญจน์ / ข่าว

%d bloggers like this: