วันอังคาร ที่ 21 เดือนกันยายน คศ.2021
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

(มีคลิป) “รฎาวัญ” นำคณะศึกษาดูงานด้านวัฒนธรรมการพัฒนาแหล่งน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา พร้อมประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับพ่อครู – แม่ครู แพทย์แผนไทย พื้นที่ภาคเหนือตอนบนและสมาชิกผู้ประกอบการแพทย์แผนไทย ผลักดัน “สมุนไพรไทย” สู่สากล ที่ห้องประชุม โครงการส่งน้ำแลรักษาแม่กวงอุดมธารา

“รฎาวัญ” นำคณะศึกษาดูงานด้านวัฒนธรรมการพัฒนาแหล่งน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา พร้อมประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับพ่อครู – แม่ครู แพทย์แผนไทย พื้นที่ภาคเหนือตอนบนและสมาชิกผู้ประกอบการแพทย์แผนไทย ผลักดัน “สมุนไพรไทย” สู่สากล ที่ห้องประชุม โครงการส่งน้ำแลรักษาแม่กวงอุดมธารา

วันที่ 18 ก.พ.64 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม โครงการส่งน้ำแลรักษาแม่กวงอุดมธารา นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน นายกสมาคมไตลื้อแห่งประเทศไทย และประธานองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยมีนายกิตติ์วริส ภัคเชียรโชติ จนคบ.เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ให้การต้อนรับ พร้อมนายดวงแก้ว สอาดล้วน นายกนายกสมาคมไตลื้อ แห่งประเทศไทย (จ.เชียงใหม่) และสมาชิกชมรมไตลื้อ ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พร้อมกลุ่มวิชาชีพการแพทย์แผนไทยเข้าร่วมประชุมเสวนา หาแนวทางเสนอตั้ง “กระทรวงการแพทย์แผนไทย” ชู “สมุนไพรไทย” ตั้งเป้าส่งออกปีละ 1 ล้านล้านบาท มั่นใจจะสร้างงานสร้างรายได้ประชาชนตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ช่วยฟื้นเศรษฐกิจชาติ

นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ประธานองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเปิดเผยว่า ในการประชุมเสวนาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมจากจังหวัดเชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก และกลุ่มแกนนำผู้นำชุมชนได้ร่วมเสนอแนะให้ทำการวิจัยอย่างต่อเนื่องในการวิจัยสมุนไพรไทยเพื่อใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งเรื่องกฏหมายที่เป็นอุปสรรค และขอให้รัฐบาลมีความจริงจัง และจริงใจในการปรับปรุงแก้ไขกฏหมายของแพทย์แผนไทย และตัวบุคคลที่เข้ามาดูแลในงานด้านแพทย์แผนไทยในอนาคต พร้อมผลักดันแพทย์แผนไทยไปสู่การรักษาในระดับสากลต่อไปในอนาคต

นางรฏาวัญ กล่าวอีกว่า จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับยาสมุนไพรไทย และผลิตภัณท์สมุนไพรไทย จากสภาแพทย์แผนไทย สภาครูแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์พื้นบ้าน และสมาคมผู้ประกอบการวิาชีพการแพทย์แผนไทย ทำให้มั่นใจว่าแนวคิดจัดตั้งกระทรวงการแพทย์แผนไทยมีความเป็นไปได้ และจะเป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในระดับหมู่บ้านตำบล ทั่วประเทศที่จะเป็นผู้ปลูก ผลิต แปรรูป และจำหน่าย ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ และจะสามารถยกระดับยาสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงการแพทย์แผนไทย ต้องบริหารจัดการโดยอิสระแยกจากการแพทย์แผนปัจจุบันที่ใช้วิทยาศาสตร์ทางตะวันตกเป็นหลัก แต่จะเชื่อมประสานงานในส่วนที่จำเป็นบางเรื่อง

พร้อมกันนี้จะสนับสนุนตั้ง “สำนักงานอาหารและยาสมุนไพรไทย”โดยเฉพาะเพื่อให้สอดคล้องกับเวชศาสตร์แพทย์แผนไทยในการกำหนดมาตรการในการส่งเสริมยาและผลิตภัณท์ต่างๆจากสมุนไพรไทยให้ได้คุณภาพมาตรฐานและมีความคล่องตัว จะยกระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้เป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยประจำตำบลทุกตำบลทั่วประเทศ ผู้บริหารต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย บรรจุ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และอสม.เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงการแพทย์แผนไทย และประกาศแจ้งลิขสิทธิ์โดยอ้อมให้ทั่วโลกรู้ถึงคำว่า สมุนไพรไทยเป็นของประเทศไทย หรือ ยกระดับเป็นเภสัชสมุนไพรไทยเพื่อป้องกันมิให้ชาวต่างชาติฉวยโอกาส เอาทรัพยากรสมุนไพรไทย ไปเป็นของต่างชาติ

“ถึงเวลายกระดับภูมิปัญญาไทย ถึงเวลาปลดโซ่ตรวนยาและผลิตภัณท์สมุนไพรไทย ที่ไม่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่มายาวนาน ทำให้ไทยเสียโอกาสทางด้านเศรษฐกิจและด้านสังคมไปอย่างน่าเสียดาย

“วันนี้คนไทยทุกคนต้องหันกลับมามองคุณประโยชน์ที่มีคุณค่ามหาศาลของภูมิปัญญาไทย แล้วร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันทุกภาคส่วนผลักดันให้ ยาสมุนไพรไทย และผลิตภัณท์สมุนไพรไทยทุกชนิดให้ก้าวล้ำนำหน้า ไปทำหน้าที่รักษาสุขภาพของคนไทยให้สมบูรณ์แข็งแรง ช่วยลดรายจ่ายการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และส่งเสริมการส่งออกยาและผลิตภัณท์สมุนไพรไทยไปรักษาสุขภาพของชาวโลกนำเงินตรากลับเข้ามาพัฒนาประเทศ เป็นการพึ่งพาตนเองอย่างมั่นคงยั่งยืน ซึ่งตนเองพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดกระทรวงการแพทย์แผนไทย และพร้อมผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพที่ดี และเป็น คลังยาโลก กระทรวงการแพทย์แผนไทยจะกลายเป็นกระทรวงทำรายได้ให้ประชาชนชาวไทยและสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม”

ในส่วนของการนำร่างกฏหมายใหม่เพื่อนำเสนอให้รัฐบาลแก้ไขนั้น ในเบื้องต้นเราได้สืบค้นแล้วพบว่ามีร่างกฏหมายบางฉบับที่เราสามารถต่อยอดได้ และเราดำเนินการเร่งให้เร็วที่สุดมันอยู่ที่ ความร่วมมือของแพทย์แผนไทยและพี่น้องประชาชนคนไทยที่มาร่วมกันลงชื่อให้ครบ 10,000 รายชื่อ ถ้าหากว่าครบตามจำนวนแล้วจะได้นำเสนอให้มีการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งคาดว่าประมาณเดือนมีนาคม น่าจะสามารถนำเสนอให้กับทางรัฐบาลได้ ก็ขอเชิญทุกท่านทั่วประเทศมาร่วมมือกับองค์กรแพทย์แผนไทย นำเสนอการแก้ไขกฎหมาย และกฏหมายใหม่ เพื่อภูมิปัญญาของการแพทย์แผนไทย ให้สำเร็จโดยเป็นกฎหมายของประชาชน “นางรฎาวัญกล่าว.

ทรงวุฒิ ทับทอง

%d bloggers like this: