วันจันทร์ ที่ 6 เดือนธันวาคม คศ.2021
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

ร้อยเอ็ดติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อไว้ช่วยชีวิตประชาชาชนเกิดหัวใจล้มเหลวที่มาติดต่อราชการ

ร้อยเอ็ดติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อไว้ช่วยชีวิตประชาชาชนเกิดหัวใจล้มเหลวที่มาติดต่อราชการ

/สมนึก บุญศรี/ร้อยเอ็ด/0817082129-

วันที่ 11 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น. สำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ดจัดกิจกรรมชี้แจงแนวทางและการปฏิบัติในการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ณ บริเวณหน้าห้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลร้อยเอ็ดร่วมกับหน่วยกู้ชีพนครสาเกตได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติ ทั้งนี้จังหวัดมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานในศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ดจัดเจ้าหน้าที่เข้าร่วม หน่วยงานละ 3 คน เพื่อร่วมรับฟังการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) พร้อมฝึกปฏิบัติ
เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดได้ส่งมอบเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ให้สำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 1 เครื่อง และได้ติดตั้งไว้บริเวณหน้าห้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) เกิดประโยชน์ต่อประชาชนที่มาติดต่อราชการและข้าราชการที่ปฏิบัติงานในศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันคร่าชีวิตคนไทย 54,000 คนต่อปี เฉลี่ย 6 คนต่อชั่วโมง

เป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุดอันดับ 3 รองจากมะเร็ง และอุบัติเหตุ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คือ ภาวะที่หัวใจหยุดการส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆในร่างกายอย่างทันที ผู้ที่เกิดอาการจะหมดสติภายใน 10 วินาที และเนื้อสมองจะเริ่มเสียหายภายในระยะเวลา 4 นาที จากอาการขาดเลือด ความน่ากลัวของภาวะอาการนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรคหัวใจหรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ และไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
ทั้งนี้ ในประเทศไทย ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันที่เกิดขึ้นภายนอกโรงพยาบาลนั้นสามารถพบได้ใน สัดส่วนประมาณ 30 – 40 % ของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันทั้งหมด อาจเกิดขึ้นที่บ้าน สถานที่สาธารณะ หรือในที่ทำงานของผู้ป่วยก็ได้ หากมีเครื่อง AED อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ควรนำเครื่อง AED มาติดที่ผู้ป่วย เพื่อให้เครื่องวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจและทําการช็อกไฟฟ้าหัวใจ หากสามารถช็อกไฟฟ้าได้ กระบวนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเหล่านี้ควรเริ่มดําเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วย และอาจทําให้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยลดลงได้มากถึง 10 %

/สมนึก บุญศรี/ร้อยเอ็ด/0817082129-

Cr.สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

%d bloggers like this: