วันเสาร์ ที่ 23 เดือนตุลาคม คศ.2021

มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสานการศึกษาและการพัฒนาสังคม (ESDP) ร่วมลงนาม MOU มอบอาคารเรียนให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5

มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสานการศึกษาและการพัฒนาสังคม (ESDP) ร่วมลงนาม MOU มอบอาคารเรียนให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 64 ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 5 เชียงใหม่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ นายไมเคิล อาร์ แมนน์ ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน การศึกษาและพัฒนาสังคม ได้ลงนาม MOU ร่วม นายพัฒนพงศ์ พวงทอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 โดยมีรองผู้อำนวยการฝ่ายต่าง ๆ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติเป็นสักขีพยานในการลงนามในครั้งนี้ด้วย

สำหรับโรงเรียนที่ได้ทำพิธีมอบให้กับภาครัฐฯในครั้งนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่ระมาด จ.ตาก เป็นหมู่บ้านชาติพันธ์กะเหรี่ยง มีจำนวนนักเรียน 300 คน ครูสอนกว่า 10 คน ระดับการศึกษาที่จัดทำการเรียนการสอน เริ่มตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ก่อตั้งโรงเรียนในนามมูลนิธิฯภาคเอกชนมากกว่า 20 ปี

นายไมเคิล อาร์ แมนน์ กล่าวว่าตนได้มาอยู่ในประเทศไทยเมื่ออายุได้ 2 ขวบ โดยคุณพ่อมาช่วยเหลือและพัฒนาชาติพันธุ์เขาเผ่าต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือเกือบทุกชนเผ่า ในระยะ 40-50 ปีที่ผ่านมาตนได้เดินขึ้นเขาลงห้วยกับคุณพ่อและเห็นความยากลำบากของชนเผ่าแต่ละพื้นที่ จึงเกิดความสงสารพวกเขา ทั้งที่เป็นมนุษยชาติเหมือนกันแต่พวกเขาเกิดที่พื้นที่ทุรกันดาร ขาดแคลนปัจจัยต่าง ๆ แทบทุกเรื่อง ไม่ว่าข้าวปลา อาหาร ยารักษาโรค ตลอดจนความรู้ การศึกษา แหล่งทำมาเลี้ยงชีพฯลฯ เมื่อทางเราได้เข้าไปช่วยเหลือเขา ทำให้พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทุกด้าน จึงเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือ มนุษยชนได้มีโอกาสเหมือนกับมนุษย์โดยทั่ว ไป นอกจากนั้น ทางมูลนิธิฯยังทำโครงการอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ โครงการประปาภูเขา โครงการกาแฟ เพื่อพัฒนาด้านการเกษตร กลุ่มทอผ้า ตลอดจนหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรทุกด้านอีกด้วย

ด้านนายสมศักดิ์ โมรีชาติ ผู้จัดการฝ่าย การศึกษา กล่าวว่า ในพื้นที่หลายหมู่บ้านอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและเด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงโรงเรียนของรัฐบาล หรือ ภาคการศึกษาเข้าไปได้อย่างทั่วถึง ด้วยปัญหาการเดินทางหรืองบประมาณต่าง ๆ โดยมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสานการศึกษาและการพัฒนาสังคม (ESDP) ภายใต้ ITDF ช่วยในการสร้างโรงเรียน จ้างครู และจัดซื้ออุปกรณ์และวัสดุการศึกษา ได้เปิดโอกาสให้เด็ก/นักเรียนได้รับสัญชาติเพื่อพัฒนาศักยภาพและเป็นที่ยอมรับในสังคมไทยได้ดีขึ้น งานด้านการศึกษาทั้งหมดดำเนินการร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น โครงการนี้ยังช่วยสร้างคลินิกสุขภาพชุมชน ให้การฝึกอบรมด้านการป้องกันโรคและโภชนาการที่เหมาะสม และช่วยในการว่าจ้าง การฝึกอบรม และการจัดการสำหรับคลินิก เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาสังคมและการศึกษาของชาวบ้าน ITDF ได้จัดทำโครงการสนับสนุนชุมชน โดยตนคิดว่า การศึกษาเท่านั้นที่ พัฒนาประเทศชาติได้ หากบุคลากรไม่มีการศึกษา ชุมชน สังคม ประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้าจะยากลำบากกว่านี้ ดังนั้นทางเราจึงจัดตั้งสร้างโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร ที่หน่วยงานรัฐฯ ยังเข้าไปไม่ถึงมีการจัดการเรียนการสอนให้กับกลุ่มเด็ก ๆ ในพื้นที่ เมื่อพวกเขาอ่านออกเขียนได้ ระดับต่อไปก็จะทำการมอบให้ ฝ่ายการศึกษาในภาครัฐฯต่อไปเช่นในวันนี้

ขณะที่นาย นายพัฒนพงศ์ พวงทอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 กล่าวว่า ตนในฐานะเป็นผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต.5 รู้สึกประทับใจ และซาบซึ้งในความมีเมตตา ที่ทางมูลนิธิฯ ได้สร้างโรงเรียนและวันนี้ได้มีการลงนามมอบโรงเรียนให้กับตน จึงขอขอบคุณที่มีน้ำใจของท่านประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิอย่างมาก เป็นการสร้างโอกาสด้านการศึกษาให้กับนักเรียนตามบนดอยมากยิ่งขึ้น ทางเขต.5 จึงมีแนวทางที่จะส่งบุคลากรครู เข้าไปสอนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมภายในเร็ว ๆ นี้คาดว่าจะมีความร่วมมือกับมูลนิธิและให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายข้างหน้าอีกต่อไป

ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ของมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน เป็นองค์กรพัฒนาและบูรณาการมอบความหวังให้ชาวเขาภาคเหนือของประเทศไทยเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย ที่ทำงานเพื่อขจัดความยากจนในหมู่บ้านชาวเขาในท้องถิ่น เริ่มต้น ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2534 ไมเคิล มานน์ ได้ก่อตั้งโครงการชลประทานลาหู่ (LIP) ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ชาวเขาสี่คน เป้าหมายคือการปรับปรุงและสร้างระบบประปาหมู่บ้าน การชลประทานและการเกษตรสำหรับหมู่บ้านลาหู่ในประเทศไทย LIP สามารถดำเนินการได้ภายใต้อนุสัญญา Thailand Lahu Baptist Convention (TLBC) และได้รับทุนจาก Baptist Union of Sweden (BUS)

โมเดลการพัฒนาแบบองค์รวม
ในระหว่างการดำเนินกิจกรรม LIP มีความตระหนักมากขึ้นว่ากลุ่มชนเผ่าอื่นๆ ในภาคเหนือของประเทศไทยก็มีความต้องการเช่นเดียวกัน โครงการนี้สิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2539 และได้รับการประเมินใหม่เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาแบบองค์รวมมากขึ้น สรุปได้ว่าโครงการใหม่นี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่ระบบน้ำ/การชลประทานเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมสำหรับหมู่บ้านที่ขาดแคลนทรัพยากรภายในกลุ่มชนเผ่าทั้งหมดด้วย คาดการณ์ว่าโครงการใหม่นี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพโดยมีโครงการขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง (แต่ละโครงการมีความพิเศษเฉพาะของตนเอง) ที่บริหารจัดการโดยกลุ่มชาวเขาเผ่าเล็กๆ ซึ่งทำงานอย่างมีกลยุทธ์ในหมู่บ้านที่ขาดแคลนทรัพยากร จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิพัฒนาชนเผ่าบูรณาการ” (ITDF) และอยู่ภายใต้มูลนิธิบริการคริสเตียน (CSF) ซึ่งประสานงานโครงการสำหรับกลุ่มชนเผ่าทั้งหมดและเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่จดทะเบียนกับรัฐบาลไทยการบริจาคของคุณสร้างความแตกต่างได้อย่างไร หมู่บ้านมากกว่า 300 แห่งได้รับน้ำสะอาดสำหรับดื่ม/ชลประทาน ห้องน้ำ/ห้องส้วม การศึกษา และความช่วยเหลือด้านการเกษตรตั้งแต่ปี 2534 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 มี 14,000 ครอบครัวและได้รับผลกระทบเชิงบวกจาก ITDF ในปี 2018 มีทีมงานระดับนานาชาติมากกว่า 170 ทีม (2,000 + คน) จากคริสตจักร วิทยาลัย และบริษัทต่างๆ ที่อาสาสละเวลาเพื่อช่วยเหลือโครงการน้ำ โรงเรียนและคลินิกสุขภาพ และอื่น ๆ.

ทรงวุฒิ ทับทอง

%d bloggers like this: