“รฎาวัญ”จี้”อนุทิน”ส่งเสริมปลูกและใช้กัญชา กัญชง อย่างเสมอภาคเท่าเทียม ต้องไม่เหลื่อมล้ำเอื้อแต่กลุ่มทุน แนะใช้เป็นส่วนผสมตำรับยาสมุนไพรไทย จะเกิดผลดีต่อสุขภาพช่วยป้องกัน รักษา ฟื้นฟูโรคระบาดเช่นโควิดทุกสายพันธุ์และโรคมะเร็ง ควรเปิดเผยข้อมูลการตลาด การปลูก การแปรรูปแก่ประชาชนป้องกันถูกหลอกให้เจ๊งซ้ำซาก

“รฎาวัญ”จี้”อนุทิน”ส่งเสริมปลูกและใช้กัญชา กัญชง อย่างเสมอภาคเท่าเทียม ต้องไม่เหลื่อมล้ำเอื้อแต่กลุ่มทุน แนะใช้เป็นส่วนผสมตำรับยาสมุนไพรไทย จะเกิดผลดีต่อสุขภาพช่วยป้องกัน รักษา ฟื้นฟูโรคระบาดเช่นโควิดทุกสายพันธุ์และโรคมะเร็ง ควรเปิดเผยข้อมูลการตลาด การปลูก การแปรรูปแก่ประชาชนป้องกันถูกหลอกให้เจ๊งซ้ำซาก

นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศเรื่อง ระบุ ชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 ปลดล็อก”กัญชา”พ้นยาเสพติด จะมีผลเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 120 วันนั้น เป็นเรื่องที่ดีต่อประเทศไทยที่สามารถปลูกกัญชา กัญชง และกระท่อมได้ทุกสายพันธุ์ แต่ขาดการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการวิจัย พัฒนา ต่อยอด ให้สำเร็จอย่างจริงจังจากภาครัฐตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเรา สูญเสียโอกาสได้รับประโยชน์ทางด้านสุขภาพและทางด้านเศรษฐกิจไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายปลูกกัญชาเสรีครอบครัวละหกต้น นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุขตั้งแต่ปี 2562 แต่โครงการนี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากไม่มีการบูรณาการกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จึงเกิดความขัดแย้งในการปฏิบัติและส่งผลให้ประชาชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการปลูกกัญชาเสรีประสบปัญหาขาดทุนและถูกจับกุมมีความผิดตามกฏหมาย สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนจำนวนไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์กระจุกอยู่แค่กลุ่มนักการเมืองบางกลุ่มและกลุ่มทุนบางกลุ่มเท่านั้น

นางรฎาวัญ กล่าวอีกว่ารัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรย้อนไปดูความล้มเหลวที่ผ่านมาเป็นบทเรียนแล้วกำหนดมาตรการใหม่เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆไม่ให้เกิดขึ้นอีก ด้วย 5 ข้อเสนอดังนี้

1. บูรณาการประสานแผนงานความร่วมมือกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และยึดกรอบข้อบังคับตามกฎหมายฉบับเดียวกัน ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมให้ปลูกแต่กระทรวงอื่นไล่จับประชาชนที่ปลูก จึงเกิดความสับสนโครงการจึงเดินหน้าไม่ได้

2. กำหนดแผนงาน กิจกรรม โครงการอย่างเป็นระบบครบวงจรให้ชัดเจน เพื่อง่ายต่อการปฎิบัติของประชาชน และทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

3. เผยแพร่ข้อมูลโดยละเอียดของโครงการให้แก่ประชาชนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมทั่วถึง อย่าเลือกปฏิบัติให้พรรคพวกและกลุ่มทุนรู้ข้อมูลก่อนประชาชน โดยเฉพาะข้อมูลด้านการตลาดที่จะต้องมีอย่างชัดเจน การปลูกและการแปรรูป

4. จัดตั้งศูนย์บริการประชาชนอย่างรวดเร็ว One Stop Service ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและลดค่าใช้จ่ายของประชาชน ภาครัฐต้องเอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนให้ดีที่สุด

5.กำหนดมาตรการส่งเสริมสนับสนุนการนำผลิตภัณท์กัญชา เข้าเป็นส่วนผสมในตำรับยาแผนโบราณขอฃไทย ซึ่งมีจำนวนหลายตำรับอยู่แล้วเพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของตำรับยาแผนโบราณของไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ และควรวิจัยรับรองมาตรฐานเนื่องจากสามารถป้องกัน รักษา ฟื้นฟู การเจ็บป่วยด้วยโรคระบาดร้ายแรง เช่นโควิดทุกสายพันธุ์ รวมทั้งโรคไม่ติดต่อเช่นโรคมะเร็ง ฯลฯ และควรจัดตั้งกระทรวงการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย เพื่อให้การบริหารจัดการภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยประสบความสำเร็จ เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน เป็นการปฏิบัติตามมาตรา 55 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

“ดิฉันไม่อยากเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลเพราะผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือประชาชนทั้งประเทศ นายกรัฐมนตรีต้องรีบสร้างความร่วมมือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและใช้เวลาที่เหลืออยู่ตามวาระ มาเน้นแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว ซึ่งมีอยู่หลายโครงการพัฒนาที่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ภายในสามเดือนหรือหกเดือน แต่ต้องบริหารจัดการอย่างมืออาชีพใจซื่อมือสะอาดเท่านั้นถึงจะทำได้สำเร็จ” นางรฎาวัญกล่าว.

ทรงวุฒิ ทับทอง