Uncategorized

*กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นำคณะสื่อมวลชน และผู้นำท้องถิ่น 3 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบไปด้วยร้อยเอ็ด มหาสารคาม อุดรธานี ศึกษาดูงานแหล่งน้ำมันสิริกิติ์ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร แหล่งน้ำมันดิบบนบกที่ใหญ่ที่สุดของไทย ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2561 เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการดำเนินงานด้านปิโตรเลียมและการพัฒนาการอยู่ร่วมกันกับชุมชนอย่างยั่งยืน…

ร้อยเอ็ด…
แหล่งน้ำมันสิริกิติ์…

*กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นำคณะสื่อมวลชน และผู้นำท้องถิ่น 3 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบไปด้วยร้อยเอ็ด มหาสารคาม อุดรธานี ศึกษาดูงานแหล่งน้ำมันสิริกิติ์ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร แหล่งน้ำมันดิบบนบกที่ใหญ่ที่สุดของไทย ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2561 เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการดำเนินงานด้านปิโตรเลียมและการพัฒนาการอยู่ร่วมกันกับชุมชนอย่างยั่งยืน…

 

**แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ หรือ โครงการเอส 1 ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย มีขนาดพื้นที่ 1,326 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร และสุโขทัย โดยมีพื้นที่สงวนเพื่อการสำรวจประมาณ 455.7 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ผลิตประมาณ 870.5 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นแหล่งปิโตรเลียมบนบกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2524 โดยบริษัท ไทยเชลล์ เอ็กซพลอเรชั่น แอนด์โปรดักชั่น จำกัด หรือ ไทยเชลล์ โดยมีการพบน้ำมันดิบปริมาณมากพอในเชิงพาณิชย์ที่หลุมสำรวจ “ลานกระบือ เอ 01” ในกิ่งอำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร และเริ่มผลิตน้ำมันเมื่อเดือนธันวาคม 2525 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่มีการผลิตน้ำมันเพื่อใช้ในการพาณิชย์

***เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2526 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีเปิด และได้รับพระราชทานนาม อันเป็นสิริมงคลยิ่งแก่แหล่งน้ำมันแห่งนี้ว่า “แหล่งน้ำมันดิบสิริกิติ์ ” ต่อมาในเดือนตุลาคม 2528 บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่สัมปทานเอส 1 โดยที่บริษัท ปตท.สผ. ถือหุ้น 25% และไทยเชลล์ ถือหุ้น 75% ในเดือนมกราคม 2547 บริษัท ปตท.สผ. ได้ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทไทยเชลล์ ทำให้ บริษัท ปตท.สผ. เป็นเจ้าของสัมปทานเอส 1 ทั้งหมด และกลายเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ ผลิต และพัฒนาปิโตรเลียมจากแหล่งน้ำมันสิริกิติ์ ปัจจุบันสามารถผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 22,000 บาร์เรล/วัน ผลิตก๊าซธรรมชาติจำนวน 40 – 50 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ส่วนก๊าซ LPG ผลิตได้ 230 – 250 ตัน/วัน

 

****ที่ผ่านมาแหล่งน้ำมันสิริกิติ์ สามารถจัดเก็บค่าภาคหลวงจากการผลิตปิโตรเลียมเพื่อใช้ประโยชน์ในประเทศได้กว่า 43,000 ล้านบาท โดยนำส่งกระทรวงการคลัง (ร้อยละ 40) ประมาณ 18,870 ล้านบาท และจัดสรรให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาลในเขตพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม (ร้อยละ 20) ประมาณ 8,980 ล้านบาท จัดสรรให้แก่ อบต. และเทศบาลอื่นที่อยู่ในจังหวัดที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม (ร้อยละ 10) ประมาณ 3,110 ล้านบาท จัดสรรให้แก่ อบต. และเทศบาลที่อยู่ในจังหวัดอื่นทั่วประเทศ (ร้อยละ 10) ประมาณ 3,110 ล้านบาท และจัดสรรให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในเขตพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม (ร้อยละ 20) ประมาณ 8,940 ล้านบาท โดยค่าภาคหลวงดังกล่าวได้แปรเปลี่ยนเป็นโครงการสนับสนุนชุมชนอันเป็นประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งถือเป็นต้นแบบการประกอบกิจการด้านปิโตรเลียมที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

สุเทพ ลอยแก้ว/รายงาน