Reporter&Thai Army

องคมนตรีประกอบพิธีวางพานพุ่ม ถวายราชสักการะ เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2562 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย

องคมนตรีประกอบพิธีวางพานพุ่ม ถวายราชสักการะ เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2562 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 กำหนดให้ วันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และเป็นวันรัฐพิธี โดยให้มีการวางพานพุ่มถวายราชสักการะ และไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ นั้น

 

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เนื่องในงานรัฐพิธี “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” ประจำปี 2562 โดยมีข้าราชการและประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

โดยมี พันเอก วัชรพงษ์ แก้วแจ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมด้วย ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า วางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย เป็นการเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงในวโรกาส ครบรอบ 43 ปี พระบรมราชานุสาวรีย์ 736 ปี ลายสือไทย

 

และเป็นวันประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงค้นพบศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานที่สำคัญว่าปวงชนชาวไทยได้มีศิลปวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามมาแต่โบราณ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 3 ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กับนางเสือง พระเชษฐาองค์แรกสิ้นพระชนม์ตั้งแต่พ่อขุนรามคำแหง ยังทรงพระเยาว์ พระเชษฐาองค์ที่สองทรงพระนามตามศิลาจารึกว่า “พระยาบานเมือง” ซึ่งได้เสวยราชย์สมบัติต่อจากพระราชบิดา และเมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว พ่อขุนรามคำแหงมหาราชก็เสวยราชย์สมบัติแทนประมาณ พ.ศ. 1822 ถึงประมาณ พ.ศ. 1841 พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของไทยที่ได้รับการยกย่องเป็น “มหาราช” ด้วยทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันทรงคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง ทั้งยังได้ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้น ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปะ วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ สืบทอดกันมายาวนาน รัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นยุคที่กรุงสุโขทัยเฟื่องฟูและเจริญขึ้นกว่าเดิมเป็นอันมาก ระบบการปกครองภายในก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ มีการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการเมือง ประชาชนอยู่ดีกินดี สภาพบ้านเมืองก้าวหน้าทั้งทางเกษตร การชลประทาน การอุตสาหกรรม และการศาสนา อาณาเขตของกรุงสุโขทัยได้ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาล