ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรม “วันอาภากรรำลึก ” 19 ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์


ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรม “วันอาภากรรำลึก ” 19 ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

และในวันนี้ ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง (19 ธ.ค.62 ) กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นำคณะนายทหารฝ่ายอำนวยการ และกำลังพลในสังกัด ประกอบพิธีบวงสรวง เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ บริเวณชั้น 3 อาคารกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมกับได้มอบหมายให้ พลเรือตรี จรัญวีร์ ญาดี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นำข้า ราชการใน ทัพเรือภาคที่ 1 ประกอบพิธีพิธีบวงสรวงฯ ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ส่วนแยก)

และมอบหมายให้ นาวาเอก กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองเสนธิการทัพเรือภาคที่ 1 ประกอบพิธีบวงสรวง เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ เกาะขาม ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ประวัติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประสูติ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2439 เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประ เทศอังกฤษตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้มีพระวิริยะอุตสาหะจนผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม และมีพระจริยวัตรที่งดงามเป็นที่รักใคร่ของ ครู อาจารย์ เป็นที่ยอมรับนับถือของชาวอังกฤษที่ได้ศึกษาอยู่ในคราวเดียว กัน เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาเป็นนายทหารสัญญาบัตรในราชนาวีอังกฤษแล้วได้เสด็จกลับเข้ารับราชการ ในกระทรวงทหารเรือ ในปีพุทธศักราช 2443 รับพระ ราชทานยศเป็น “นายเรือโทผู้บังคับการ” ในตำแหน่ง นายธงผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ปีพุทธ ศักราช 2448 ทรงดำรงตำ แหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้ทรงปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ ให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้ทหารเรือไทยมีความรู้ ความชำนาญ สามารถเป็นครู และเป็นผู้บังคับบัญชาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ ในปีต่อมาทรงมีพระดำริ ในการจัดตั้งโรง เรียนนายช่างกล เพื่อรับผิดชอบเครื่องจักรในเรือ และในโรงงานบนบกแทนชาวต่างประเทศที่จ้างไว้
ต่อมาในปีพุทธศักราช 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนัก เรียนนายเรือ และนักเรียนนายช่างกล ไปฝึกภาคต่างประเทศ ได้ทรงนำเรือแวะที่สิงคโปร์และเปลี่ยนสีเรือมกุฎราชกุมารจากสีขาวเป็นสีหมอกให้เหมือนกับเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับลัก ษณะของสีน้ำทะเล และภูมิประเทศ

ซึ่งกองทัพเรือ ได้นำสีดังกล่าวมาใช้เป็นสีเรือทุกลำของกองทัพเรือ ตราบจนปัจจุบันนอกจากจะทรงมีคุณูปการอเนกอนันต์แก่กองทัพเรือแล้ว พระองค์ยังมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณของไทย โดยในปีพุทธศักราช 2454 ขณะทรงออกจากราชการเป็นเวลานาน 6 ปีเศษ ทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทย รับรักษาประชาชนโดยทั่วไป ด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารี จนได้รับพระสมัญญานามว่า “หมอพร”
ในปีพุทธศักราช 2460 ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระ หม่อมให้กลับเข้ารับราชการทหารเรืออีกครั้ง และในปีพุทธศักราช 2462 พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าหลวงพิเศษให้ดำเนินการจัดซื้อเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษ และทรงเป็นผู้บังคับการเรือนำเรือหลวงพระร่วง เดินทางจากประ เทศอังกฤษเข้ามายังกรุงเทพมหานคร

ภาพ/ข่าวจาก กองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน