จ.เชียงใหม่ กำชับให้ทุกอำเภอกำกับดูแลสถานบริการ และเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี หากเกิดอุบัติเหตุให้สืบสวนถึงแหล่งที่มาของการจำหน่าย และดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

จ.เชียงใหม่ กำชับให้ทุกอำเภอกำกับดูแลสถานบริการ และเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี หากเกิดอุบัติเหตุให้สืบสวนถึงแหล่งที่มาของการจำหน่าย และดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2561 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ใน ช่วง 7 วัน อันตราย โดยสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ประจำวันที่ 13 เมษายน 2561 มีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้น 32 ครั้ง รวม 3 วัน (11 – 13 เม.ย.61) เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 65 ครั้ง , อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ อำเภอสันป่าตอง โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น จำนวน 2 ราย รวม 3 วัน มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 4 ราย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเกิดจากการเมาสุรา จำนวน 20 ครั้ง , ประเภทของยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถมอเตอร์ไซค์ จำนวน 27 คัน , ลักษณะสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางตรง 22 ครั้ง โดยคนในพื้นที่จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบนถนนในหมู่บ้าน สำหรับ การเรียกตรวจตามมาตรการ 10 รสขม มีการเรียกตรวจทั้งสิ้น 13,193 คัน พบการกระทำผิดและดำเนินคดีจำนวน 4,859 คัน ซึ่งพบผู้ที่ไม่มีใบขับขี่ กระทำผิดสูงสุด รองลงมา คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย

ด้าน นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ บูรณาการร่วมกับทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยนำข้อมูลในพื้นที่มาวิเคราะห์เพื่อปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ช่วงเวลา โดยเน้นการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ อาทิ การดื่มสุราแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น พร้อมกำชับให้ทุกอำเภอกำกับดูแลสถานบริการ และเข้มงวดกวดขันการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หากเกิดอุบัติเหตุทางถนนให้สืบสวนถึงแหล่งที่มาของการจำหน่าย และดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งรายงานผลให้จังหวัดทราบ

นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนนสถิติการเสียชีวิต บาดเจ็บ สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงแนวทางมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐดำเนินการ เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเกิดความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัย รวมทั้งใช้กลไกทางสังคมในชุมชน หมู่บ้าน และครอบครัว ในการแนะนำ ตักเตือน และเฝ้าระวัง เพื่อให้ประชาชนมีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น ตลอดจน ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ขนส่ง ตรวจสภาพความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ต้องเป็นศูนย์ หากตรวจพบต้องเปลี่ยนพนักงานขับรถทันที
/////////////////////////////////
อภิชาติ เฮงพลอย / ส.ปชส.เชียงใหม่
14 เมษายน 2561