ชาวบ้าน ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ร้องนายทุนกว้านซื้อที่ดิน ผุด โรงไฟฟ้าขยะ หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านตัวแทนบริษัทฯยัน แค่สร้างโรงกำจัดมูลฝอย ระบบปิด ไม่ใช่โรงไฟฟ้าขยะ รองรับผลกระทบจากขยะล้น ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

ชาวบ้าน ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ร้องนายทุนกว้านซื้อที่ดิน ผุด โรงไฟฟ้าขยะ หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านตัวแทนบริษัทฯยัน แค่สร้างโรงกำจัดมูลฝอย ระบบปิด ไม่ใช่โรงไฟฟ้าขยะ รองรับผลกระทบจากขยะล้น ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
กระบี่
16/08/2561

วันที่ 16 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ม.1 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ว่า ได้มีนายทุนมากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่เพื่อนำไปก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าขยะ เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายอภินันท์ ทองวัง ผู้จัดการโครงการภาคใต้ บริษัทไทยโก้ เทคโนโลยี จำกัด พร้อมกับนำผู้สื่อข่าวสำรวจที่ดินบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นสวนปาล์มน้ำมัน ยังไม่มีการการดำเนินโครงการแต่อย่างใด

นายอภินันท์ ได้เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯได้มาซื้อที่ดินดังกล่าวจากเอกชนรายหนึ่ง เนื้อที่ ประมาณ 200 ไร่ เพื่อนำมาก่อสร้างโรงกำจัดมูลฝอยแบบบูรณาการในระบบปิด ไม่ใช่นำมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ตามที่มีบางคนนำไปกล่าวอ้างกัน โดยข้อเท็จจริงขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นขึ้นที่มัสยิดบ้านห้วยลึก ม.1 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยมีนายสิริศักดิ์ เลิศพุทธิภิญโญ ที่ปรึกษาฯและนายภัทรพงษ์ โรจนพรรณทิพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฎิบัติการ และคณะ ได้เข้าร่วมเวทีจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการศึกษาและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย โครงการคัดแยกขยะมูลฝอยแบบบูรณาการในระบบปิด มีประชาชนในพื้นที่ ต.ทรายขาว ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ที่มีส่วนได้เสีย เข้าร่วม กว่า 500 คน โดยมี พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว เข้าร่วมสังเกตการณ์

นายอภินันท์ ได้กล่าวด้วยว่า ก่อนที่จะมีโครงการกำจัดมูลฝอย ตนได้ลงพื้นที่ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ กับชาวบ้านมาเป็นเวลานาน กว่า1 ปี พบว่าชาวบ้านในชุมชนมีความรักความสามัคคีเป็นอย่างดี และบางส่วนเริ่มเข้าใจและมั่นใจในโครงการฯ ซึ่งการที่ทางบริษัทฯเข้ามาทำโครงการไม่ต้องการให้ชาวบ้านมีความขัดแย้งจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งก่อนกน้านี้บางคนเข้าใจว่าเป็นโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งความจริงแล้ว โครงการดังกล่าว เป็นการใช้กรรมวิธีการคัดแยกขยะมูลฝอย ใช้ระบบปิด

โดยจะรวบรวมขยะจากพื้นที่ อ.คลองท่อม วันละ 150 ตัน และรองรับได้สูงสุดถึง 400 ตัน/วัน และจะเคลื่อนย้ายแบบวันต่อวัน ไม่มีการเผา ไม่มีกลิ่นไม่สร้างมลพิษ และไม่ผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนอกจากนี้ ยังสร้างงานสร้างรายได้กับคนในชุมชนด้วย ดังนั้นจึงให้ให้พี่น้องประชาชนได้ศึกษาข้อมูลจากโครงการด้วยตัวเอง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องสำหรับบรรยากาศของเวทีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ได้มีการขั้นป้ายคัดค้านโครงการก็ตาม

ขณะที่ทางผู้นำท้องถิ่น เทศบาลตำบลทรายขาว และเทศบาลตำบลคลองพล ก็เข้าร่วมเวที อย่างไรก็ตามชาวบ้านบางส่วนก็เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวนี้เพราะทางบริษัทฯ ทำระบบปิดไม่มี การเผา ไม่มีมลพิษ แต่ชาวบ้านยังเคยเห็น และตอนที่โรงงานสร้างขึ้นจะเป็นอย่างไร และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมจังหวัด และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาควบคุมดูแล และจะเร่งประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนได้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางบริษัทฯได้รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

นายเวียง จิงู โต๊ะอิหม่าม มัสยิดบ้านห้วยลึก กล่าวว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่ ยังมีความกังวล ในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น พื้นที่ก่อตั้งโครงการคัดแยกขยะ อยู่ห่างจากจากชุมชนประมาณ 1 กิโลเมตร จึงมีความกังวลในเรื่องเสียง กลิ่น เพราะขยะจากหลายพื้นที่ จะมารวมกัน กว่า 150ตัน/วัน ซึ่งเดิมขยะในพื้นที่มีเพียงวันละ 2 ตันเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังกังวลในเรื่องของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่ขยะปะปนมากับอากาศ แมลงวัน และอาจจะกระทบแหล่งน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงงาน

ด้านนายสิริศักดิ์ เลิศพุทธิภิญโญ ที่ปรึกษาบริษัทฯกล่าวว่า บริษัทฯได้ศึกษาและคิดค้นกระบวนการกำจัดขยะมูลฝอยแบบบูรณาการ โดยพัฒนาขบวนการกำจัดมูลฝอยจนสามารถยื่นจดอนุสิทธิบัตรทางด้านการกำจัดมูลฝอย โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ม.เชียงใหม่ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านการกำจัดมูลฝอย จากต่างประเทศ ซึ่งมีการพัฒนาระบบมาอย่างยาวนาน และมีโรงงานกำจัดมูลฝอยทุกรูปแบบ เพื่อให้กระบวนการกำจัดมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด นอกจากนี้ ทางบริษัทฯยังได้มุ่งเน้นส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ คาดทุกขบวนการผ่านความเห็นชอบ ก็สามารถเปิดดำเนินการประมาณกลางปี 62.
กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน