โฆษก ทภ.3/กอ.รมน.ภาค 3 เปิดเผย….ผลการปราบปรามยาเสพติด สกัดกั้นสินค้าหนีภาษีเข้มชายแดนเหนือ พร้อมสานต่อโครงการพระราชดำริ 45 โครงการ แก้ไขภัยแล้งพัฒนาลุ่มน้ำ…..

โฆษก ทภ.3/กอ.รมน.ภาค 3 เปิดเผย….ผลการปราบปรามยาเสพติด สกัดกั้นสินค้าหนีภาษีเข้มชายแดนเหนือ พร้อมสานต่อโครงการพระราชดำริ 45 โครงการ แก้ไขภัยแล้งพัฒนาลุ่มน้ำ…..

 

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561 พันเอก รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมด้วย พันโท ทรงสิทธิ์ รอดสการ รองโฆษกกองทัพภาคที่ 3 และ ร้อยตรี หญิง ช่อเอื้อง สาสังข์ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวผลการดำเนินงานในภารกิจที่สำคัญของกองทัพภาคที่ 3 โดยมี พลโท ธวัช ศรีสว่าง ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 3 และพันเอก เกียรติศักดิ์ น้ำไชยศรี รองเลขานุการกองทัพบก และคณะ ร่วมรับฟังด้วย ณ อาคารศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีสาระสำคัญดังนี้

– โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 กองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมจำนวน 45 โครงการ โดยแบ่งกลุ่มงานตามลักษณะของการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มงานความมั่นคง, กลุ่มงานพัฒนาคุณภาพชีวิต, กลุ่มงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกลุ่มงานลักษณะพิเศษ

– การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในลุ่มน้ำยม ในระหว่าง ปี พ.ศ. 2558 – 2561 กองทัพภาคที่ 3 ได้ใช้แนวทางประชารัฐ นำทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหา โดยไม่ได้มองเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างในการบริหารจัดการน้ำเท่านั้น แต่ได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการปฏิบัติ ด้วยการมององค์รวมของปัญหาอย่างเป็นระบบ ทำความเข้าใจกับสภาพภูมิสังคมในพื้นที่ เริ่มเข้าไปแก้ไขปัญหาจากจุดเล็กๆ ก่อน และ ที่สำคัญคือ ทุกความต้องการในการแก้ไขปัญหาจะต้องเกิดจากการระเบิดจากข้างใน คือ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำให้การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในลุ่มน้ำยม ตั้งแต่ต้นน้ำในเขต จ.แพร่, จ.พะเยา มาจนถึงกลางน้ำในเขต จ.สุโขทัย, จ.พิษณุโลก และ ปลายน้ำ ในเขต จ.นครสวรรค์ มีการดำเนินการเป็นภาพรวมทั้งลุ่มน้ำทั้งหมด โครงการที่สำคัญ ได้แก่
1. การฟื้นฟูป่าต้นน้ำลุ่มน้ำยม โดยใช้แนวทางประชารัฐ
2. การบริหารจัดการน้ำ โดยชุมชนมีส่วนร่วม ในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย

– การก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา (Para Soil Cement) กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ สำรวจและประสานการปฏิบัติกับ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด รวมทั้ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด อย่างใกล้ชิด ในการนี้ได้จัดทำข้อมูลโครงการดังกล่าว ส่งให้รัฐบาล จำนวน 287 เส้นทาง ใช้ยางพาราเป็นส่วนผสม จำนวน 8,611,946 ลิตร

– การจับกุมยาเสพติด ตามที่ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ได้มีนโยบายให้มีการบูรณาการงานด้านการข่าวเพื่อความมั่นคงของพลเรือน ตำรวจ ทหาร และทุกภาคส่วน ในการดำเนินการ สกัดกั้น ปราบปราม และจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ตั้งแต่พื้นที่แนวชายแดน จนถึงพื้นที่ตอนในของประเทศ นั้น มีรายละเอียดการจับกุมยาเสพติดที่สำคัญ ดังนี้.-
เหตุการณ์ที่ 1 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 09.00 นาฬิกา กำลังพลจากกองพันทหารม้าที่ 12 กองพลทหารม้าที่ 1 กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรห้วยไร่ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจร่วมห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 9 กระสอบ จำนวนประมาณ 1.6 ล้านเม็ด และไอซ์ จำนวนประมาณ 10 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ตู้
เหตุการณ์ที่ 2 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 23.00 นาฬิกา กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 , หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ประมาณ 15 ล้านเม็ด และพบร่างขบวนการลำเลียงยาเสพติดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 1 คน หลบหนีไปได้ จำนวน 2 คน เจ้าหน้าที่จึงได้นำยาบ้าของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ที่ 3 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 20.30 นาฬิกา กำลังพลจาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง , ฝ่ายทหารพรานจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 , สถานีตำรวจภูธรแม่อาย , กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334 และฝ่ายปกครองและอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่อาย เข้าทำการตรวจพิสูจน์กองวัตถุบริเวณหน้าอาคารร้างในโรงแรมแม่อายธารา ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ปรากฏว่าพบเป้ จำนวน 27 ใบ ภายในเป้บรรจุ ไอซ์ จำนวน 305 ถุง (ประมาณ 305 กิโลกรัม) และเคตามีน จำนวน 99 ถุง (ประมาณ 99 กิโลกรัม) แต่ไม่พบตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของยาเสพติด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมทั้งสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

– การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ในห้วง 1 – 10 ธันวาคม 2561 ดังนี้.-
เหตุการณ์ที่ 1 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 เวลา 19.30 นาฬิกา กองร้อยทหารพรานที่ 3503 จัดตั้ง จุดตรวจ/จุดสกัด บ้านห้วยแห้ง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ตรวจยึดสินค้าเลี่ยงภาษี ประเภทหมี่ขาว จำนวน 20 กระสอบ และ กระเทียมขาว จำนวน 30 กระสอบ หน่วยจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ศุลกากรอายัดสินค้าดังกล่าว เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ที่ 2 เมื่อในวันที่ 7 ธันวาคม 2561 เวลา 12.50 นาฬิกา กองกำลังนเรศวร สามารถยึดของกลาง เป็นหอมแดง จำนวน 14 กระสอบ น้ำหนัก 560 กิโลกรัม , ข้าวสาร จำนวน 50 กระสอบ น้ำหนัก 2,400 กิโลกรัม , ยาเส้น จำนวน 5 กล่อง และ รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน บริเวณช่องทาง/ท่าข้าม ในพื้นที่ บ้านแม่กุหลวง ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก

ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตร ไม่ผ่านการเสียภาษี ไม่มีการตรวจสอบและกักกันโรค รวมทั้งไม่มีการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคและก่อให้เกิดภาวะผลผลิตสินค้าทางการเกษตรภายในประเทศเกินความต้องการของตลาด ซึ่งบ่อยครั้งที่เกษตรกรเรียกร้องขอให้รัฐ เข้าช่วยเหลือแทรกแซงตลาด เนื่องจากราคาตกต่ำ รัฐจึงต้องสูญเสียงบประมาณในแต่ละปีไปเป็นจำนวนมาก